Knightsbridge the ocean sriracha โอกาสของนักลงทุนที่ไม่ค่อยมีเวลา

ช่วงตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ ผมมีโอกาสได้ไปชลบุรีค่อนข้างบ่อยเชียวครับ ทั้งจากการไปทำงาน ไปเที่ยว และที่สำคัญก็คือ การไปต่อสัญญาเช่าบ้าน/คอนโด กับผู้เช่ารายเก่า และทำสัญญาเช่ากับผู้เช่ารายใหม่

พอมานั่งนึกๆดู ผมไปลงทุนอสังหาที่ชลบุรีโดยเฉพาะที่ศรีราชา ก็หลายปีแล้วแหะ ทั้งบ้านและคอนโด ซึ่งผลตอบรับการปล่อยเช่าค่อนข้างดีครับ โดยเฉพาะยิลด์ผลตอบแทนที่มากกว่าที่กทม.พอควร แต่ยอมรับว่าค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวเวลาเจอปัญหาต่างๆที่ต้องแก้ไข เช่น น้ำไม่ไหล ประตูเสีย ก็ยังโชคดีที่พอจะรู้จักช่างที่วางใจได้ ก็เลยช่วยผมไปได้เยอะเลย ไม่ต้องไปบ่อยจนเกินไป

ผมยังเคยคิดว่า ถ้าจะมีคอนโดที่มีระบบในการช่วยเหลือด้านการปล่อยเช่า/ขาย/ซื้ออย่างเป็นทางการ แบบที่ในกทม.เริ่มมีกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็คงดีไม่น้อย คงจะเบาแรงและค่าใช้จ่ายได้โขเลย ซึ่งจริงๆที่ศรีราชาก็มีน่ะแหละครับ แต่ผมอาจไม่ค่อยรู้จักก็ได้ อิอิ

ระหว่างที่ผมกำลังขับรถจากในตัวเมืองศรีราชาไปทางแหลมฉบัง เพื่อไปดูความเจริญต่างๆที่เริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ตามทาง ก็เจอกับ "Knightsbridge the ocean sriracha"(ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา) พอดี เออ...!!! สร้างเสร็จแล้วสวยดีแหะ ได้ข่าวว่าเพิ่งโอนเอง เลยขอนุญาตคุณภรรยาแวะเข้าไปดูหน่อยดีกว่า

"Knightsbridge the ocean sriracha"(ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา) เป็นโครงการที่ผมเคยมาดูเมื่อช่วงขายแรกๆมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้คว้าติดมือมา ด้วยตอนนั้นไปตอนเลยช่วง pre sale มาแล้วเล็กน้อย ห้องที่เล็งไว้เลยโดนสอยไปตามระเบียบ ว้า ก็เลยอดซะ 555 อีกอย่าง ตอนนั้นก็ยังไม่เห็นภาพมากนัก เลยยังไม่อินมาก

แต่ทว่า การมาคราวนี้กลับแตกต่าง?!!! คอนโดได้สร้างเสร็จแล้ว มีการอยู่อาศัยจริงเกิดขึ้นแล้ว ส่วนกลางต่างๆล้วนทำออกมาได้ดี แพ็กเกจการขายที่ดูน่าสนใจทีเดียวละ มันน่าสนอย่างไรบ้าง มา ผมจะเล่าให้ได้อ่านกัน


KnightsBridge The Ocean Sriracha (ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา) วางตัวอยู่ติดถนนสุขุมวิท เป็นถนนเส้นหลักที่จะวิ่งจากโซนในเมือง (แถวโรบินสัน ศรีราชา) มุ่งตรงไปท่าเรือแหลมฉบัง (1 ในแหล่งงานสำคัญ) และยังสามารถเลยไป พัทยา ระยองได้เลยอีกด้วย ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ระหว่างโซนเมืองกับท่าเรือ จะค่อนมาทางเมืองหน่อย

ไหนๆแล้ว ก็จะขอกล่าวถึงศรีราชาหน่อยละกันครับ ว่ามันมีดีอะไรบ้าง ศรีราชา มีนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ กระจายตัวอยู่มากมาย รวมทั้งท่าเรือแหลมฉบังที่เป็นท่าเรืออันดับที่ 22 ของโลก มียุทธศาสตร์การพัฒนาระดับประเทศเพียบ ที่สำคัญมากๆเลยก็คือ เป็น 1 ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือที่เรียกย่อๆว่า EEC ซึ่งอีกหน่อยจะพัฒนาไปได้อีกมาก จากทั้งการมาของ รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ สนามบินอู่ตะเภา และการขยายของมอเตอร์เวย์ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้การคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ รวดเร็วขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ศรีราชา ยังมีครบในแง่การอยู่อาศัย จากที่มีทั้ง รพ.ชื่อดังอย่างสมิติเวช, รพ.พญาไท ที่เรียนอย่าง ม. เกษตรศาสตร์, ม.บูรพา, รร.อัสสัมชัญ, มีรร.เฉพาะของคนญี่ปุ่นด้วยนะ (หลักสูตรเดียวกับที่ญี่ปุ่นเลย) ห้างอย่าง โรบินสัน, ตึกคอม, J-Park, สวนเสือ และยังมีที่กำลังสร้างอีกเพียบ เรียกได้ว่า ครบทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ทำงานเลย
กลับมาที่โครงการกันต่อ KnightsBridge The Ocean Sriracha (ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา) เป็นคอนโด High rise สูง 36 ชั้น มียูนิตพักอาศัย 722 ยูนิต
  • ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 24-34.5 ตร.ม.
  • ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 54-62 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาด 87.00 – 93.00 ตร.ม.
  • Duplex ขนาด 61.00 – 101.00 ตร.ม.
    มีที่จอดรถประมาณ 40%

    ส่วนกลางที่นี่ให้มาจัดว่าเยอะมาก

    เริ่มจากชั้นแรกจะมี Lobby , Urban Forest , Putting green

    ชั้นบนสุด มีทั้งสวนหย่อมสไตล์ญี่ปุ่น, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ , Fitness room , Business Lounge , Tatami room ที่เราสามารถเทควิวได้ทั้งภูเขา และทะเล และยังมี ห้องอบซาวน่า และห้องแช่ออนเซนอีกด้วย

    ชั้น 4 มี สระว่ายน้ำ แถมโซนไว้นั่งเล่นด้วย , Home Theatre room , Kids Club , Golf Simulator room

  • ส่วนกลางทั้งหมด ทำออกมาได้ญี่ปุ่นมั๊กมาก ผมไม่แปลกใจเลยที่วันที่ผมเข้าไป จะเจอกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่มาดูคอนโดเหมือนกัน จะชื่นชอบมากๆ และได้ทำสัญญาล่วงหน้าไว้เลย และจะย้ายมาทันทีที่ที่เช่าเก่าหมดสัญญา ขนาดนั้นเลยวุ้ย!!! แต่ก็นะ ขนาดผมเองยังชอบส่วนกลางที่นี่เลย 555 อย่างห้องทาทามิ มันดูผ่อนคลายดี ทำให้นึกถึงตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น แถมวิวก็ได้ทั้งภูเขา และทะเล และยังมีที่พัทกอล์ฟชั้นล่างกับ ห้อง Golf Simulator ไว้ฝึกวิทยายุทธเพิ่มเติมอีก ข้อนี้น่าจะโดนใจคนญี่ปุ่่นไม่น้อย

    มาที่ตัวห้องกันบ้าง ห้องที่นี่จะออกแบบมาเพื่อเน้นคนญี่ปุ่นเต็มที่เลยครับ ทั้งโทนสีห้อง เฟอร์นิเจอร์ จะออกแนวไม้ๆ ธรรมชาติๆ ฟังก์ชั่นต่างๆก็ออกแบบมาได้ดี ช่วยให้ห้องแลดูกว้างกว่าที่คาด อย่างโต๊ะเตรียมอาหาร ก็สามารถพับเก็บเวลาเราไม่ใช้งานได้ด้วย อ่างอาบน้ำมีทุกห้อง โถส้วมก็เป็นแบบอัตโนมัติ เหมือนที่เราเจอที่ญี่ปุ่น ผมไปทดลองมาให้เรียบร้อยแล้ว ดีจริง อิอิ ลองที่ห้องน้ำชั้นล่างนะ นอกจากนี้ ยังมีระบบ Sleep Mode และ SOS Alarm บริเวณหัวเตียง และยังมีฟังก์ชั่นที่เก็บถุงกอล์ฟ กีฬายอดฮิตของชาวญี่ปุ่น ที่ออกแบบไว้ในห้องได้เป็นอย่างดี ดูไม่เกะกะ

    สาเหตุที่โครงการนี้สร้างเน้นชาวญี่ปุ่น เพราะศรีราชาเป็นเมืองที่มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงานเยอะมาก เป็นหลักหมื่นคนเลยทีเดียว คือธรรมดาก็เยอะอยู่แล้ว และน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปอีก ตามผลของการพัฒนา EEC ไม่ใช่แค่โครงการนี้นะครับ โครงการอื่นๆ ก็มักจะพัฒนาเพื่อเน้นคนญี่ปุ่นเป็นหลักเช่นกัน เพียงแต่ที่นี่ดูจะดีกว่าเขาเพื่อน แอบเห็นด้วยว่า เพิ่งคว้ารางวัล Best Luxury Condo Development(Easten seaboard)2017 มาเชยชมด้วย เป็นการการันตีอีกทางหนึ่งว่า ของดีจริง

    ห้องที่นี่มีขายแบบแต่งให้แล้วขั้นพื้นฐาน กับแบบจัดให้ครบ เครื่องใช้ไฟฟ้ามีให้หมด โยกตัวเข้ามานอนเล่นได้เลย ซึ่งตอนนี้จะมีโปรสำหรับนักลงทุนที่เน้นเอาไว้ปล่อยเช่าด้วย ราคา 2.89 ล้านบาท ราคาเดียวคัดห้องมาให้แล้ว ผมดูมาแล้ว ตำแหน่งห้องไม่แย่เลยนะ โดยในปีแรก จะได้ค่าเช่าทันที 17,000 บาท ต่อเนื่อง 12 เดือน และหลังจากนั้น จะมีทีมจากบริษัทในเครือของออิริจิ้นมาคอยดูแลปล่อยเช่า/ขายให้ หรือเราอยากหาคนเช่าเองก็ตามใจชอบ

    ยอมรับตามตรงเลยว่า วันที่ไป กระเป๋าสตางค์ผมสั่นระริก บัตรเครดิตกำลังจะแอบออกมารูดจองเลยทีเดียว 5555 แต่พอดีคุณภรรยาแอบเห็น จึงช่วยระงับไว้เพราะช่วงนี้มีภาระเยอะครับ ไหนจะปีหน้าที่ผมวางแพลนจะทำโรงแรมเล็กๆอีก แหม่ เสียดายจังครับ

      สุดท้ายนี้ ผมขอลิสต์เหตุผลที่ผมอยากได้ที่นี่เป็นมาข้อๆ เผื่อใครอยากรู้ ก็อ่านกันได้เล้ย
    • ค่าผ่อน ถูกกว่า ค่าเช่า ช่วง 3 ปีแรกเราจะผ่อนแค่ 11,000 กว่าบาท เท่ากับปีแรกได้เงินกำไรกลับมาเดือนละ ราว 5,000 กว่าบาท หลังจากปีที่ 3 ก็ไปรีไฟแนนซ์ อย่างไรค่าเช่าก็ชนะค่าผ่อน
    • หลังจากครบปีแล้ว จะหาคนเช่าได้ไหม? เดี๋ยวนี้ในโซนเมือง ค่าเช่าอยู่ที่ราว 25,000 บ./เดือน อย่างแย่ๆก็ 20,000บ./เดือน ถ้าเป็นพวกห้องแบบฟูลเซอร์วิสดีๆ จะไปแตะแถว 40,000 – 50,000+ บาท/เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อคิดจากความต่างของทำเลแล้ว 17,000 เป็นตัวเลขที่ผมเชื่อว่าหาคนเช่าได้ไม่ยาก และดีมานด์ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง
    • ส่วนกลางที่ทำออกมาได้ดี น่าใช้งาน ไม่ต่างจากพวกโรงแรมเลย แลดูมีความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ขนาดภรรยาผมเองยังเอ่ยปากเลยว่า เอานะ อยู่นะ 555
    • ในโครงการมีทีมงานมืออาชีพที่คอยรับเรื่อง และดูแลแทนเรา ไม่ต้องลำบากไปเองทุกครั้ง เช่น บริการแม่บ้านทำความสะอาด , มีช่างคอยดูแลเผื่ออะไรเสียหาย เป็นต้น เหมาะกับนักลงทุนกทม.ที่ไม่ค่อยมีเวลามาดูเอง
    • ภายในห้องมีระบบ hi speed internet และ Cable TV ที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเลย ไม่ต้องไปลำบากไปหามาติดตั้งเอง
    • ทางโครงการมีรถรับส่งตามจุดสำคัญ และที่พิเศษคือ ลงทุนทำเลานจ์ขึ้นมาแถวโรบินสัน , J-Park เพื่อให้คนมารอรถ รออย่างสบายๆ อืมหืม ไม่ได้มาเล่นๆเลยนะ ออริจิ้น
    • เลานจ์ที่ทำขึ้นมา เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เพราะบริษัทลูกของออริจิ้น "คราวน์ เรสซิเดนซ์" ทำขึ้นมาเพื่อรองรับหลายโครงการของทางออริจิ้น
    • ความเอาจริงของออริจิ้นที่มาทำโครงการที่นี่อย่างต่อเนื่อง (กำลังจะมีเพิ่มอีก) ทำให้มีความน่าเชือถือมากขึ้น
    • โปรเจคยักษ์ของทางภาครัฐ ที่จะทำให้มีคนเข้ามาทำงาน และอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เมื่อคนเพิ่มขึ้น ความเจริญก็จะยิ่งตามมา
    • ความเจริญที่เพิ่มขึ้นแถวโซนโครงการ ใกล้ๆกันมีโรงแรมมาเปิดใหม่ และกำลังจะทำ Community Mall ด้วย จะทำให้แถวนั้นคึกคักขึ้น และตามทางก็เริ่มมีร้านค้า ร้านอาหารผุดขึ้นมาเรื่อยๆ

    สำหรับคนที่สนใจ ลงทะเบียนที่นี่ได้เลยก่อนไปจอง คลิกที่นี่

    โปรโมชั่นตอนนี้ Fully Furnished พร้อมการันตีค่าเช่านาน 1 ปี
    ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาทเท่านั้นเน้อ