"ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร" -พี่แอล-คนใหม่ เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

"ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร" -พี่แอล-คนใหม่ เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

Home   /   ติดดอยโร้ดทู

โซน :

BTS : หมอชิต / /

MRT : สวนจตุจักร / /

01 Jun 2018   18:02


 
         “ชุมชนน่าอยู่” สโลแกนคุ้นหูที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยินของบ้านหลังใหญ่ที่ชื่อว่า “ลุมพินี” บอกเลยว่าชื่อนี้คงจะเป็นที่รอคอยของใครหลาย ๆ คน ก็ "พี่แอล" เค้าซุ่มเงียบหายไปนาน ไม่ยอมเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ ให้เราได้เห็นกันเลย แต่วันนี้พี่หมีมีโครงการใหม่แกะกล่องของ "พี่แอล" มาเล่าให้ฟัง สำหรับใครที่ตั้งตารอจะมาอยู่ในชุมชนน่าอยู่นี้
 

         โครงการใหม่ของ "พี่แอล" ที่ว่าก็คือ Lumpini Mixx Vibhavadi-Chatuchak” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ลุมพินี มิกซ์” แค่ชื่อก็น่าตื่นเต้นละเห็นป่ะ ลุงเค้ามาแนวใหม่เว้ยยย มันไม่ใช่คอนโดแบบ "พี่แอล" คนเก่าอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญมาพร้อมกันถึง 4 อาคาร 4 ฟังก์ชั่น จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

 

         1. “ลุมพินี มิกซ์ วิภาวดี-จตุจักร เป็นโครงการที่ “ลุมพินี” หรือที่เราอาจจะคุ้นกันในตัวย่อว่า “L.P.N.” เค้าต้องการสร้างให้เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงเป็นแค่ที่พักอาศัยเหมือนที่เคยเป็นมา เพราะ "พี่แอล" เค้าได้แตกสาขามาทำ อาคารสำนักงาน ด้วย!!!

 
 
 
 

         2. “ลุมพินี มิกซ์ วิภาวดี-จตุจักร เป็นโครงการ Mixed-Use รวม 4 อาคาร ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน Towe A สูง 21 ชั้น จำนวน 105 ยูนิต, อาคารสำนักงาน Tower B สูง 17 ชั้น จำนวน 96 ยูนิต + 1 ร้านค้า, อาคารพักอาศัยสูง 21 ชั้น จำนวน 736 ยูนิต และ อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น จอดได้ 271 คัน + 4 ร้านค้า

 

         สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็เรียกว่าครบครันเลยทีเดียว ภายในอาคารสำนักงานมี Lobby and Plaza / Cafe / Service, ที่จอดจักรยาน พร้อมห้องอาบน้ำ, ลิฟต์โดยสาร, กล้องวงจรปิด และ รปภ. ส่วนภายในอาคารพักอาศัยมี Lobby, Mailbox, Infinity Edge Pool, Co-Living Area, Outdoor Fitness Area, Street Basketball, Pocket Garden, Fitness Zone, Co-Living Zone, Co-Working Zone, ลิฟต์โดยสาร, ประตูคีย์การ์ด, กล้องวงจรปิด และ รปภ. 24 ชม.

 
 
 
 
 
 

         3. สิ่งพิเศษสำหรับโครงการนี้ก็คือ “Lumpini Tower Vibhavadi-Chatuchak” (ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี-จตุจักร) ทั้ง 2 อาคารออกแบบให้เป็นอาคารสำนักงาน โดยที่อาคารนึงเป็นอาคารแบบให้เช่าพื้นที่ เหมือนอาคารสำนักงานทั่วไป โดยทาง "พี่แอล" เค้าเป็นผู้บริหารโครงการให้ ส่วนอีกอาคารนึงเป็นอาคารสำนักงานสำหรับขาย จะซื้อเป็นพื้นที่ หรือจะซื้อยกตึก "พี่แอล" เค้าก็ยินดีมาก ๆ ด้วย ฮา ๆๆๆ

 

         4. ส่วนอาคารที่เป็นคอนโดมิเนียมใช้เป็นแบรนด์ย่อยที่ชื่อว่า “Lumpini Park Vibhavadi-Chatuchak” (ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร) คุ้นหูกันดีใช่มั้ยล่ะ พ่วงด้วยอาคารจอดรถอีก 1 อาคาร 

 

         5. สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้นสามารถเข้าได้ทั้งสองเส้นทาง ทางแรกวิ่งมาบน "ถนนวิภาวดีรังสิต" จากดินแดงก็ตรงยาว ๆ มาโลด จนมาเจอกับปาก "ซอยวิภาวดีฯ 3" ก็เจอโครงการเลย เพราะตึกสำนักงานตึกแรกจะอยู่ติดกับถนนใหญ่เลยครับ ซึ่งตอนนี้ก็จะเป็นสำนักงานขายของคอนโดด้วย

 
 
 
 

         6. ส่วนถ้าใครมาจากทางเส้น "ถ.พหลโยธิน" ก็สามารถเลี้ยวเข้า "ซอยพหลโยธิน 18"  ได้เช่นกัน เพราะตำแหน่งที่ตั้งของโครงการนี้อยู่ใน ”ซอยที่สามารถทะลุกันได้!!!” สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่ามันคือซอยไหน มันคือซอยที่มี “ตรอ.” เยอะ ๆ พอจะคุ้นกันมั้ย แต่พี่หมีจำแบบนี้ จริง ๆ นะ ฮา ๆๆๆๆ

 

         7. หรือถ้าใครที่เดินทางโดยรถยนต์สาธารณะก็ไม่ใกล้ ไม่ไกลจนเกินไป อย่างที่บอกว่าโครงการนี้ถึงแม้จะอยู่ติดกับฝั่งถนนวิภาวดีมากกว่า แต่ก็สามารถทะลุไปฝั่งถนนพหลฯได้ ทำให้เราสามารถเดินทางโดยลงที่ สถานีรถไฟฟ้า "BTS หมอชิต" หรือ "MRT จตุจักร" แล้วขึ้นพี่วินต่อมายังโครงการก็จะอยู่ที่ประมาณ 30-40 บาท

 

         8. สืบเนื่องจากข้อที่ 6 ถ้าเราอาศัยอยู่ในคอนโดหรืออาคารสำนักงานของโครงการนี้แล้วต้องการไปรถไฟฟ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินตากแดด ลม ฝน มาราธอนกันไป เพราะบริเวณปาก "ซอยวิภาวดีฯ 3" ก็มีบริการ "พี่วิน" อยู่เช่นกัน สะดวกสบายใจกันได้เลย

 
 
 
 
 

         9. แต่!!! ใครที่คิดว่ารถไฟฟ้าไม่ใช่แนว ชอบนั่งชิลกินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ พี่หมีขอแนะนำอีกหนึ่งช่องทางในการเดินทาง บริเวณติดถนนวิภาวดีหน้าโครงการนั้นก็จะมี “ป้ายรถเมล์” อยู่ด้วย ซึ่งในตอนนี้ที่เห็นก็จะเป็นศาลาไทยอยู่ แต่พอโครงการเสร็จพี่หมีแว่วมาว่า "พี่แอล" เค้าจะปรับโฉมให้ป้ายรถเมล์นี้ทันสมัยตามแบบอาคารด้วย (ไม่เฟิร์มน้า)

 

         10. และถ้าใครที่จะมุ่งหน้าเข้าเมืองก็ไม่ต้องตกใจอีกนั่นแหละ เพราะข้าง ๆ กับศาลาป้ายรถเมล์ฝั่งโครงการก็มีสะพานลอยให้ข้ามไปถนนวิภาวดีฝั่งเข้าเมืองอยู่ ซึ่งพอลงสะพานอีกฝั่งปุ๊ป ก็เจอกับป้ายรถเมล์ปั๊ปเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะไกลเด้ออ

 
 
 

         11. ก่อนจะถึงซอยวิภาวดีรังสิต 3 ที่เป็นตำแหน่งของโครงการก็มี ปั๊มน้ำมัน Esso ซึ่งในปั๊มมี TESCO LOTUS EXPRESS อยู่ด้วย ที่สำคัญคือ ขนาดนี่ไม่ใช่เล็ก ๆ เลยนะ ใครที่ซื้อของจากซุปเปอร์อะไรง่าย ๆ เข้าห้องก็ครบครัน ในปั๊มยังมีร้านกาแฟ RABICA COFFEE ใครที่เป็นคอกาแฟก็อุ่นใจ อย่างน้อยก็มีที่ให้เติมคาเฟอีนกันแน่นอน และข้าง ๆ บริเวณทางเดินไปยังปากซอยวิภาวดีรังสิต 3 ก็ยังมีซุ้มของกิน 5 ดาวเล็ก ๆ ด้วย มีน้ำ มีข้าว อิ่มสบายท้องแน่นอน

 
 
 
 
 
 
 

         12. เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ฮา ๆๆๆ ใครที่คิดว่าของกินมีแค่นี้หรอ ทำไมน้อย ? เดี๋ยว ๆๆๆ นี่เรายังอยู่แค่ปากซอย ยังไม่เข้าซอยเลยนะ พี่หมีอยากจะบอกว่าตลอดแนวโครงการลุมพินีมิกซ์ทั้ง 4 ตึกเนี่ย มีของกินไม่ขาดสายเช่นกัน ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว สเต็ก มีครบ นี่ไม่นับร้านที่เป็นรถเข็นต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นชุมชนหนึ่งที่มีของกินไม่มีเบื่อแน่นอน

 

         13. สำคัญสุดสำหรับมนุษย์ที่มักหิวยามค่ำคืนแบบพี่หมีก็ไม่ต้องเครียด เพราะเข้าซอยวิภาวดี 3 มาเพียงแปปเดียว ก็จะมี 7-11 ร้านสะดวกซื้อที่เรียกว่าเป็นปัจจัย 4 สำหรับชาวคอนโดอยู่ ซึ่งก็เยื้อง ๆ กับอาคารที่เป็นคอนโดมิเนียม อุ่นใจกันได้เลย

 

         14. นอกจากบรรดาร้านต่าง ๆ ที่พี่หมีชี้เป้ากันไปแล้ว พี่หมีอยากมาย้ำให้ทุกคนแฮปปี้กันยิ่งขึ้น เพราะอย่าลืมว่าโครงการลุมพินีมิกซ์นี้มีอาคารที่เป็นอาคารสำนักงานถึง 2 ตึก รู้อย่างนี้แล้วเรื่องร้านรวงต่าง ๆ เมื่อทั้งโครงการสร้างเสร็จแล้วรับรองว่าต้องเป็น “ชุมชนน่าอยู่” ที่จัดเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแน่นอน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

         15. ส่วนถ้าใครอยากเที่ยวพักผ่อน หาที่เดินเล่นวันหยุดก็ตลาดนัดจตุจักรเลยใกล้นิดเดียว ส่วนใครชอบเดินห้างก็เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์ เดินทางแปปเดียวก็ถึง หรือเดินเล่นหาคาเฟ่แถวอารีย์ก็ไม่ไกลเกินครับ นอกจากนี้พื้นที่โครงการยังรายล้อมด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ ใกล้อาคารเล้าเป้งง้วน, อาคารแสงโสม, SJ Infinite One Business Complex หรือที่คุ้นหูค้นตาสุด ๆ ก็สำนักงานใหญ่ TMB กับ SUN Tower ก็ยังเดินทางได้อย่างสะดวกสบายครับ

 

         16. พาเดินวนกันจนครบรอบละ มาเข้าสู่ตัวคอนโดกันบ้างดีกว่า คอนโด “Lumpini Park Vibhavadi-Chatuchak”  บรรยากาศภายในสำนักงานขายก็ดูสดใสมาก ๆ เลยครับ ทำให้รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนตัวตนของ "พี่แอล" คนเก่ามาเป็นวัยรุ่นมากขึ้น เน้นความสดใสของสีสัน ทำให้รับรู้ได้ถึงความผ่อนคลายและสนุกสนานของพื้นที่มากขึ้น 

 
 
 
 
 
         ภายในสำนักงานขายก็จะมีโมเดลจำลองของโครงการทั้ง 4 อาคารให้เราได้เห็นภาพรวมของโครงการด้วย ซึ่งทั้งโครงการก็เน้นออกแบบให้มีความกลมกลืนเป็นเหมือนชุมชนเดียวกัน โดยจากโมเดลจำลองเราจะเห็นภาพได้ชัดเลยว่าตัวโครงการที่เป็นคอนโดมิเนียมจะเป็นอาคารที่อยู่ด้านในสุดจากถนนวิภาวดีรังสิต ที่สำคัญเป็นโครงการเดียวกันตลอดทาง เชื่อว่าจะต้องมีเส้นทางเดินที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการสัญจรแน่นอนน
 
 
 

         19. รูปแบบของห้องพักทั้งหมด "พี่แอล" เค้าแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบเลยนะ ซึ่งเรียกได้ว่าตอบสนองไลฟ์สไตล์ครอบคลุมลูกค้าทุกรูปแบบเลย มีทั้ง Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms งงใช่มั้ยล่ะว่า 4 ยังไง เฉลย... 1 Bedroom มีแบ่งย่อยเป็น 2 แบบ 2 ขนาด แต่ภายในสำนักงานขายมีการทำห้องตัวอย่างให้เราชมแค่ 3 แบบ ไม่มี 2 Bedrooms นะครับ

 

         ที่ห้อง 2 Bedrooms ไม่ได้ทำห้องตัวอย่าง เพราะว่าทั้งโครงการมีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ใครที่เป็นครอบครัวใหญ่นี่ต้องจัดให้ไว เพราะทุกยูนิตเป็นโซนหันหน้าออกถนนด้วย

 

         20. ส่วนราคาเฉลี่ยของโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท/ตร.ม. โดยห้องแบบ Studio ขนาด 24 ตร.ม. เริ่ม 2.49 ล้าน พร้อมแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และเฟอร์นิเจอร์ครบ 

 
 
          
         พื้นที่ชั้นพื้นดินของส่วนอาคารคอนโดและอาคารจอดรถ จะเห็นได้ว่ามีการเชื่อมต่อกันอย่างเป็นสัดส่วน และมีร้านค้าถึง 4 ยูนิตในอาคารจอดรถเลยด้วย
 
         ในส่วนของชั้นที่ 7 ของอาคารคอนโด และชั้นที่ 8 ของอาคารจอดรถก็มีการเชื่อมต่อพื้นที่ด้วยส่วนกลางต่าง ๆ ดาดฟ้าของอาคารจอดรถจะออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียว
          
         21. ห้องแรกคือน้องเล็กสุด Studio ขนาด 24.00 ตารางเมตร เข้ามาภายในห้องอย่างแรกที่น่าประทับใจมาก ๆ ก็คือเคาน์เตอร์ยาวทั้งแถบที่เป็นทั้งชั้นวางทีวีและโต๊ะเขียนหนังสือ พี่หมีชอบนะ มันทำให้ห้องดูสะอาดและเป็นชิ้นเดียวกัน โล่งสบายดีครับ
 
 
 
 
         นอกจากเคาน์เตอร์ยาวแล้ว ด้านบนยังมีการออกแบบให้เป็นชั้นเก็บของด้วย ส่วนทางด้านขวาสุดจะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นครับ เค้าตั้งใจออกแบบให้อยู่ตรงข้ามกับพื้นที่จัดเตรียมอาหารเล็ก ๆ ถือเป็นการแยกพื้นที่โซนเปียกออกมาอีกฝั่งเลย ทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 

         เดินต่อเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนอนทางด้านซ้าย โดยใช้ตัวโซฟาเป็นตัวแบ่งพื้นที่ส่วนห้องนอน และพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีออกจากกัน ในส่วนนี้ก็จะทำให้สามารถนอนดูทีวีบนเตียงได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องมีทีวีภายในห้องนอนอีกเครื่อง

 

         ตัวโซฟาเองไม่ได้อยู่ชิดกับปลายเตียงเน้อออ มีพื้นที่ให้เดินสัญจรได้ จะเห็นได้ว่าแม้ห้องจะเล็กแต่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลย มีพื้นที่ให้สัญจรได้อย่างสะดวกสบาย ฝั่งปลายเตียงจะมีตู้เก็บของอีกด้วย ได้ใจคนของเยอะแน่นอน

 
 
 
 
 
 
         ในส่วนของตู้เสื้อผ้าก็มีพื้นที่เยอะดีครับ สามารถเก็บเสื้อผ้าสำหรับ 1-2 คนได้สบาย ๆ ซึ่งห้องทุกขนาดก็จะมีขนาดตู้ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญมีชั้นเก็บของด้านบนให้ด้วย เพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกเยอะเลย 
 
 
 

         ในส่วนของห้องน้ำก็แบ่งพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้งออกเป็นสัดส่วนเลย ซึ่งภายในห้องตัวอย่างมีการติดตั้งกระจกแบบบานเลื่อน 2 ตอนกั้นโซนเปียกไว้ให้ด้วย 

 
 
 
 
 

         22. มาต่อกันที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตารางเมตร ซึ่งรูปแบบพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็จะใกล้เคียงกับห้อง Studio เลย แต่มีพื้นที่ส่วนผนังมากั้นเพื่อแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 
 
 
 

         เข้าไปภายในห้องส่วนแรกก็จะเป็นเคาน์เตอร์ยาวที่เชื่อมฟังก์ชั่นชั้นวางทีวี โต๊ะเขียนหนังสือ และตู้เย็นเช่นเดียวกันเลย แต่มีการออกแบบให้สไตล์แตกต่างจากห้องที่แล้ว ห้องที่แล้วจะดูสดใสเอาใจวัยรุ่น ส่วนห้องนี้จะเน้นเป็นโทนสุภาพ ให้อารมณ์เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

 

         ถัดมาจากส่วนพื้นที่นั่งเล่นก็จะเป็นห้องนอนที่มีการกั้นด้วยผนัง แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกปิดทึบหรืออึดอัดเลย เพราะมีการออกแบบให้เป็นกระจกพร้อมมู่ลี่ที่สามารถเปิดเพื่อเชื่อมมุมมองระหว่างภายนอกและภายในห้องได้

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

         พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มเติมมาจากห้องแบบ Studio เห็นชัดได้เลยว่าพื้นที่ส่วนห้องนอนมีขนาดใหญ่ขึ้น สังเกตได้จากพื้นที่ช่องเปิดหรือกระจกที่มีพื้นที่กว้างออกไปมาก ๆ และออกแบบให้เป็นกระจกแบบเข้ามุมด้วย ทำให้ได้มุมมองที่สวยงามมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

         นอกจากพื้นที่ส่วนภายในห้องนอนที่เพิ่มขึ้นแล้ว พื้นที่ภายในห้องน้ำก็มีขนาดใหญ่มากขึ้นด้วย แต่ยังคงแบ่งพื้นที่ใช้สอยและโซนเปียก โซนแห้งได้อย่างชัดเจน มีการติดตั้งกระจกแบบบานสไลด์ 3 ตอน ทำให้เห็นได้ชัดว่าพื้นที่อาบน้ำใหญ่ขึ้นจากห้องที่แล้วที่เป็นบานสไลด์เพียง 2 ตอน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

         23. ห้องสุดท้าย 1 Bedroom ขนาด 33.50 ตารางเมตร ห้องนี้พี่หมีชอบเป็นพิเศษเลยนะ เพราะพื้นที่ใช้สอยมันลงตัวมาก ๆ เลย เข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับพื้นที่ส่วนนั่งเล่นก่อนเลย เห็นได้ว่าใหญ่มากพอที่จะวางโซฟาแบบสามที่นั่งขนาดใหญ่ได้เลย

 
 
 
 
 

         ที่สำคัญแม้เจอส่วนของห้องนั่งเล่นก่อน แต่ห้องนั่งเล่นก็ยังได้พื้นที่ช่องเปิด หรือหน้าต่างแบบกระจกเต็มบาน ย้ำ!!! ว่าเต็มบานจากพื้นถึงเพดานแบบทั้งผนังเลย และมีส่วนที่เป็นกระจกเข้ามุมอีกเช่นกัน จะนั่งดูทีวีหรือนั่งดูวิวก็สบายใจกันไปเลย

 

         ถัดมาอีกด้านก่อนเข้าสู่ห้องนอนก็เป็นพื้นที่ส่วนเตรียมอาหาร พี่หมีชอบส่วนนี้มาก ๆ เพราะออกแบบได้พอดีแบบลงตัวมาก ๆ ตัวเคาน์เตอร์และพื้นที่ตั้งตู้เย็นฝังอยู่ในพื้นที่มุมช่องระหว่างประตูทั้งสองฝั่งพอดี ทำให้ไม่ต้องเกะกะขวางทางเดิน หรือกินเข้ามาในส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่น

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

         เดินตรงต่อเข้ามาก็จะเป็นส่วนของห้องนอนที่เรียกว่ามีขนาดใหญ่เลยแหละ ที่สำคัญยังคงเป็นห้องนอนที่มีมุมนึงเป็นกระจกแบบเข้ามุมเช่นกัน ซึ่งโครงการนี้พี่หมีว่าเค้าใส่ใจกับการออกแบบให้มีมุมช่องเปิดแต่ละจุดอย่างละเอียดอ่อน เพราะเลือกให้กระจกเข้ามุมอยู่ทางด้านหัวเตียง แสงที่เข้ามาก็จะไม่กระทบกับการนอนของเราหากใครเป็นคนที่ชอบนอนตื่นสายแบบพี่หมีด้วย ฮา ๆๆๆๆๆ

 

         ถัดมาจากส่วนของเตียงนอนก็จะเป็นพื้นที่แต่งตัวที่เรียกว่ากว้างมาก แบบลองชุดแล้วหมุนตัวสามรอบก็สบาย ๆ ที่สำคัญสำหรับสาว ๆ เห็นกันมั้ยว่ามีโต๊ะเครื่องแป้งให้ด้วย และเค้าออกแบบอย่างใส่ใจจริง ๆ เพราะเลือกให้มาตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ระเบียง เพื่อที่จะได้รับแสงธรรมชาติด้วย สาว ๆ ที่แต่งหน้าน่าจะชอบ

 
 
 
 
 
 
 

         ด้านข้างของตู้เสื้อผ้า จะเป็นห้องน้ำที่มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างเป็นระเบียบ เพราะนำเอาโซนเปียกไปไว้ด้านในสุดและมีการติดตั้งเป็นกระจกบานสไลด์แบบสามตอนเช่นกัน

 
 
 

         24. ส่วนสุดท้ายที่เหมือนกันทั้งสามห้องนั่นก็คือส่วนของระเบียงครับ ระเบียงของที่นี่จะออกแบบให้เป็นประตูแบบบานสไลด์ 2 ตอน ทำให้ได้พื้นที่ช่องเปิดที่กว้าง และได้มุมมองที่ไม่มีเฟรมมากั้นสายตา พื้นที่ใช้สอยส่วนระเบียงก็จะเฉลี่ยอยู่ประมาณ 3 ตารางเมตรครับ มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าด้วย

 

 

         ปล.ก่อนจะจากกันขอย้ำอีกทีว่า ของเค้าโดนใจจริง ๆ เลยอยากจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักโครงการนี้กัน
 
         ถ้าใครอยากไปชมห้องตัวอย่างก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ 9 มิ.ย. นี้ เข้าไปที่สำนักงานขายกันได้ทุกวันเลยนะ เปิดให้ชมตั้งแต่ 09.00-20.00 น. แต่ถ้าใครอยากสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม ติดต่อไปที่ Call Center 02-689-6888 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อเข้าเว็บได้เลย
 
* ภาพจำลองใช้เพื่องานโฆษณาเท่านั้น รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 
** ภาพถ่ายจากห้องตัวอย่างโครงการลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร รายละเอียดบางประการของโครงการที่ส่งมอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 
         

Tag :



ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

มินิรีวิว "Chewathai ปิ่นเกล้า" ใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้าดี ไปศิริราชง่าย ข้ามสะพานพระราม 8 สบาย

"สะพานพระรามแปด" จัดว่าเป็น 1 ในสะพานที่ผมใช้บริการอยู่เกือบทุกสัปดาห์ จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตผม ก็ว่าได้ เนื่องด้วยระหว่างที่รอรับลูกสาววัยแสนซนโรงเรียนเลิก ผมมักจะแอบไปโต๋เต๋

มินิรีวิว "Chewathai Hallmark จรัญ 13" ส่วนกลางดั่งคอนโด High-Rise ย่อส่วน 400 ม. สู่ MRT จรัญฯ 13

"โว้ว อย่างกับไฮไรส์ย่อส่วนเลยวุ้ย!!" เป็นคำพูดที่หล่นมาจากปากอย่างมิทันตั้งตัว หลังได้ไปยลส่วนกลางของ "Chewathai Hallmark จรัญ 13" โครงการนี้สร้างเสร็จแล้ว มีโอกาสได้ไปเยือน รู้สึกว่ามีจุดเด่นหลายจุด เลยเอามาเล่าให้ได้อ่านกัน

รีวิว "Supalai Park สถานีตลาดพลู" ฉบับสร้างเสร็จ คอนโดราคาน่าคบหา แห่งย่านตลาดพลู

ในฐานะที่เคย "ชมเชย" โครงการ "Supalai Park สถานีตลาดพลู" เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้โครงการก่อร่างสร้างตัวเสร็จ พร้อมให้เก็บกระเป๋า ย้ายเข้ามาสร้าง "สภาวะล้มตัว" ที่เตียงนอนได้แล้ว อิอิ


ติดดอยโร้ดทู

อยู่นี่ไม่มีเหงา พาส่องทำเล "ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน" อีกโครงการน่าจับตามองจากโกวศุ

สี่พระยา-สามย่าน เป็นอีกหนึ่งทำเลที่คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะเป็นอีกย่านที่คลาคล่ำไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างร้าน ระบบขนส่งสาธารณะ และถนนหนทาง

“The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

ชวนชม “The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

อุดมสุข อุดมสมบูรณ์ ที่ "Elio Del Nest"

ใครที่นกไปจากหลายๆ โครงการของปีนี้ วันนี้หมีจะพาไปบินหารังใหม่กัน


ติดดอยสไตล์

“ALEXANDER LAMONT” แต่งบ้านด้วยแบรนด์ดัง การันตรีรางวัลจากองค์การยูเนสโก!!!

ถ้าใครยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ ผมขอบอกเลยว่าเค้าไม่ธรรมดาเพราะมีผลงานเข้าตาจนได้รับรางวัลงานออกแบบยอดเยี่ยมจากองค์การยูเนสโกด้วย!!!

ชวนกิน "CHICKEN CLUB" ร้านไก่เกาหลี พิกัดดีใจกลางสยาม!!

วันนี้ #ติดดอยคอยกิน ของเราทนกระแสไม่ไหว ขอมาลองไก่เกาหลี "Chicken Club" ใจกลางสยามซะหน่อย เห็นช่วงที่ผ่านมาเป็นกระแสอย่างหนักหน่วง เลื่อนเฟสบุ๊คเป็นต้องเจอกันทุกคน 555

ที่ 1 ในใจตลอดกาล "เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน" ที่อยากชวนให้ลอง!!

ร้านเย็นตาโฟอันดับ1ตลอดกาลสำหรับผม กินมาตั้งแต่อยู่เซนต์คาเบรียล โดยเฉพาะ 'ไส้' ต้องสั่งจานแยกมาทุกครั้ง ใครอยู่แถวศรีย่าน​ไม่น่าที่จะไม่รู้จักนะ

ชวนถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมลิ้มรสอาหารกับร้าน INVITE restaurant and bar คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนม

เพื่อนสนิทให้แวะมาชิมขนมเมนูใหม่ของร้าน Invite restaurant and bar เดี๋ยวนี้ชักดังใหญ่ มีสาวๆ สวยๆ sexy แวะมาถ่ายรูปทุกวัน โดยเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์​ นี่คนเพียบเลย วันนี้ลองไหวแค่ 4 เมนู

5 ข้อต้องรู้ ก่อนไปดู "Train To Busan: Peninsula" ความระทึกครั้งใหม่ก่อนลงจอฉาย 23 ก.ค. นี้!

ถ้าถามว่ามีหนังเรื่องไหนที่เหมาะจะดูในปีนี้มากที่สุด หมีคิดว่าทุกคนน่าจะมีคำตอบไว้ในใจกันอยู่แล้ว และคำตอบนั้นก็น่าจะคล้ายกันด้วย นั่นคือ "Train to Busan: Peninsula"


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com