Yield (ผลตอบแทน) ของคอนโด คำนวณกันยังไงดี?

Yield (ผลตอบแทน) ของคอนโด คำนวณกันยังไงดี?

Home   /   สาระบนดอย

โซน : 07 Jan 2016   06:34
(ภาพจาก Plus condo ศรีราชา) 
 
        บทความนี้ สืบเนื่องมาจากบทความที่แล้วนะครับ เพราะพอผมปล่อยบทความออกไป ได้มีหลายคนสอบถามผมมาเยอะว่า เราจะคิด Yield จากอะไร
 
        ผมเลยขอแยกมาเขียนเป็นบทความต่างหากเลยแล้วกันนะครับ 
 
        เดี๋ยวนี้เราได้ยินคำว่า Yield (ยิลด์) กันบ่อยๆ นะครับ โดยเฉพาะในโลกของการปล่อยเช่าคอนโดนี่ใช้คำนี้กันแพร่หลายเลย
 
        Yield แปลว่า ผลตอบแทน
 
        เรามักจะได้ยินตัวเลขแบบ คอนโดตัวนี้ยิลด์ดีนะ 7-8% เลย แต่ตัวนั้นแย่ว่ะ แค่ 4-5% เอง
 
        คนเล่นคอนโดปล่อยเช่ามักจะใช้ยิลด์ในหน่วย “เปอร์เซนต์ / ปี” นะครับ
 
        เหตุผลก็เพราะต้นทุนของนักลงทุนส่วนใหญ่ ก็จะเป็นอัตราต่อปีเช่นกัน เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร หรือแม้แต่บางคนที่ใช้เงินสด ก็จะเอาไปเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากซึ่งก็มีหน่วยเป็น “เปอร์เซนต์ / ปี” เช่นกัน
 
        ยกตัวอย่างเช่น
 
        ถ้าเราไปกู้ซื้อคอนโดมา โดยเสียดอกเบี้ยในอัตรา 4% ต่อปี เราก็จำเป็นจะต้องหาคนเช่า ที่ให้ผลตอบแทนกับเรา (อย่างน้อย) ในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร หรือบางคนที่ใช้เงินสด ก็อาจจะไปเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากของพวกเขา ซึ่งถ้าได้มากกว่า ก็ถือเป็นการลงทุนที่ดีกว่าครับ
 
        แล้วผลตอบแทนรายปีของคอนโด หรือเจ้ายิลด์เนี่ย มันคิดกันยังไงนะ?
 
        อธิบายไป อาจจะเข้าใจยาก...
 
        อะ ผมยกตัวอย่างให้อ่านดูเลยดีกว่าครับ น่าจะง่ายกว่าเนอะ
 
        แล้วค่อยนำไปใช้กับคอนโดของตัวเองกัน 
  
        สมมติว่า คุณซื้อคอนโดมาในราคา 2,000,000 บาท แน่นอนว่า ยังต้องมีค่าโอนหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ สมมติว่า 50,000 บาท แล้วยังมีค่าตกแต่งห้อง (เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า) สมมติว่า 100,000 บาทนะครับ
 
        รวม 3 รายการนี้ เท่ากับ 2,150,000 บาท
 
        ดูเหมือนว่าจะหมดแล้ว แต่จริงๆ ยังมีอีกนิดหน่อยครับ นั่นก็คือ "ค่ากองทุนแรกเข้า" และ "ค่าส่วนกลาง"
 
        ผมขอแนะนำว่าให้รวม "ค่ากองทุนแรกเข้า" เป็นต้นทุนรวมไปได้เลยครับ เพราะเราจ่ายแค่ครั้งเดียว ในกรณีนี้สมมติว่า 20,000 บาท
 
        รวม 4 รายการนี้ เท่ากับ 2,170,000 บาท (1)
 
        แต่ในส่วนของ "ค่าส่วนกลาง" จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกปี ผมแนะนำให้นำไปหักลบออกจาก "ค่าเช่า" ที่เราจะเก็บได้นะครับ
 
        ในกรณีนี้ผมสมมติว่า ค่าส่วนกลาง 15,000 บาท/ปี
 
        สมมติว่า เราได้ค่าเช่าจากห้องนี้ 12,000 บาท/เดือน คิดรวม 12 เดือนจะเป็นเงิน 144,000 บาท
 
        แต่เราต้องหักค่าส่วนกลางออก 15,000 บาท จะคงเหลือรายรับสุทธิ 129,000 บาท (2)
 
        ตอนนี้ล่ะครับ ที่เราสามารถนำผลจาก (1) และ (2) มาหายิลด์กันได้แล้ว
 
        (2) / (1) x 100 นั่นก็คือ (129,000 / 2,170,000) x 100 = 5.9447%
 
        นั่นก็คือ การลงทุนในคอนโดห้องนี้เราจะได้ผลตอบแทนประมาณ 6% ต่อปีนั่นเอง
 
        แตช้าก่อน!!!
 
        บางคนก็ไม่ได้หาคนเช่าเองนะครับ ก็ใช้บริการ Agent กัน ซึ่งเรตค่าคอมมิซชั่นโดยมาตรฐานก็จะอยู่ที่ 1 เดือน / สัญญา 1 ปี
 
        ในกรณีนี้ ทาง Agent ก็จะเก็บค่าคอมฯ 12,000 บาท ซึ่งเราก็จะต้องหักออกจารายได้ของเราเช่นกัน
 
        ซึ่งก็จะเหลืออยู่ที่ 117,000 บาทนะครับ
 
        ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณ (2) / (1) x 100 นั่นก็คือ (117,000 / 2,170,000) x 100 = 5.3917%
 
        เราสามารถนำตัวเลขเหล่านี้ มาเป็นประโยชน์ในการลงทุนได้ครับ เช่น ถ้าเราใช้เงินกู้ที่ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เราก็ยังถือว่าเอาชนะดอกเบี้ยได้ แต่อาจจะแค่ 3 ปีแรก เพราะปีที่ 4 ขึ้นไปทางธนาคารมักจะมีเรตดอกเบี้ยอีกแบบที่สูงขึ้น
 
        ซึ่งเราก็ต้องแก้ไขกันด้วยการ “รีไฟแนนซ์” ครับ เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปธนาคารอื่น
 
        เพราะถ้าเราผ่อนดี ทางธนาคารเดิมก็มักจะลดดอกเบี้ยให้เราอยู่แล้วครับ (แต่ต้อง “ขอ” นะ ไม่ขอก็ไม่ได้ 555)
 
        นี่เป็นวิธีการคิด Yield ที่ผมมักจะใช้นะครับ อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผมตกหล่นไปบ้าง ก็ไปลองบวกเพิ่มกันดู
 
        บางคนก็อาจจะไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบนี้ ก็แล้วแต่ความถนัดของคนนั้นๆนะครับ
 
        บางคนอาจจะยอมได้ "Yield" ต่ำๆ กับบางคอนโด
 
        โดยเฉพาะพวกทำเลเทพๆ เพราะไปหวังเอา Capital Gain (กำไรส่วนต่าง) ตอนขาย ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของนักลงทุน
 
        ตรงนั้นคงต้องอาศัยความชำนาญในการมองทรัพย์สินเข้ามาประกอบกันครับ
 
        อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้ว ผมเป็นคนเกลียดความเสี่ยงครับ เลยขอดู "Yield" ให้ดีๆ ก่อน ส่วนเรื่อง "Capital Gain" ถือเป็นโบนัส
 
        เพราะถ้าดู "Yield" ดีๆ อย่างน้อยสุดท้าย เราก็จะได้คอนโดมาเป็นของเรา โดยมีคนเช่ามาช่วยผ่อนให้
 
        แต่เชื่อผมเถอะครับ โดยส่วนใหญ่ คอนโดที่มี "Yield" ดีๆ น่ะ "Capital Gain" ก็มักจะตามมาเอง (มากน้อยอีกเรื่อง)
 
ปล. จริงๆแล้ว เนื้อหาในส่วนของ "Yield" นั้น ยังไม่หมดนะครับ แต่ผมว่าบทความมันค่อนข้างจะยาวแล้ว
       เอาไว้โอกาสหน้า ผมจะเขียนเพิ่มไปอีกหัวข้อละกันครับ

Tag :


สาระบนดอย ก่อนหน้า
กู้คอนโดยากป่ะ‬?
สาระบนดอย ถัดไป
กู้คอนโดยากป่ะ‬? (2)

ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

หนึ่งในคอนโดที่ปล่อยเช่าดีมาก ตอนเช้าย้ายออก ตอนบ่ายย้ายเข้าเลย

จะมีคอนโดปล่อยเช่าอยู่อันนึง ที่แม้แต่ตอนโควิดก็ไม่มีผลอะไร มีคนเช่าตลอดๆ แทบไม่มีช่วงว่าง บางครั้งคือ คนเก่าย้ายออกตอนเช้า ตอนเย็นคนใหม่ใส่หน้ากากอนามัยขนของเข้าอยู่ต่อเลย

"Kave Wonderland" คอนโดแดนมหัศจรรย์ เพราะอยู่ที่นี่ก็เหมือนได้อยู่สวนสนุกทุกวันไปเลย!

หลังจากที่ผมถ่ายรูปห้องตัวอย่างใน Sales Gallery เสร็จ ผมก็หันไปบอกกับคุณบี ที่มาด้วยกัน เชื่อไหมว่า แป๊บๆ เดี๋ยวก็ Sold Out!!

"iCondo Activ พัฒนาการ" คอนโดราคาดีที่มาเพื่อ "พัฒนา" ให้พัฒนาการ "แอคทีฟ" กว่าใคร

แวบแรกหลังจากที่เลี้ยวรถเข้ามาแล้วได้เห็นตัวอาคารของ "iCondo Activ พัฒนาการ" ผมรู้สึกได้เลยว่า นี่มันโครงการแบบวัยรุ่นตะโกนเลยนี่หว่า


ติดดอยโร้ดทู

"The Key รัตนาธิเบศร์" ว่าที่คอนโดใหม่จาก Land and House ใกล้สายสีม่วง สถานีไทรม้า แค่ไม่กี่ก้าวเดิน

วันก่อนขับรถผ่านสถานีไทรม้า เหลือบๆ ตาไปเห็นที่ดินแปลงหนึ่งล้อมสังกะสี มีไวนิลติดเอาไว้ เลยลองลงไปดู พบว่าเป็นที่ดินที่ทาง “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” เตรียมพัฒนาเป็นคอนโดใหม่ภายใต้แบรนด์ 'The Key' กับโครงการ 'The Key รัตนาธิเบศร์' นั่นเอง

ส่องห้องตัวอย่าง "PLACE 168 วุฒากาศ" ประทับใจที่มีห้องเปล่าไว้ให้ดูแบบไม่ขายฝัน!!!

มันดีมากเลยนะเวลาเจอโครงการที่มี 'ห้องตัวอย่างพร้อมห้องเปล่า' ในไซส์เดียวกันเทียบให้ดูไปเลย!!!

"Aman Nai Lert Residences" มีเพียง 39 ครอบครัวเท่านั้นที่จะได้สัมผัสความแรร์ของทำเลบนธรรมชาติที่ปราศจากปรุงแต่ง

ผมว่าอีกหนึ่งไฮไลท์ของปีนี้ที่น่าจับตามองมากๆ หรือการเปิดตัวของ "Aman Nai Lert Residences" จากนายเลิศกรุ๊ปนี่แหละครับ


ติดดอยสไตล์

รู้จักการ "Retention (รีเทนชั่น)" อีกหนึ่งวิธีช่วยผ่อนบ้านให้ชิลขึ้น

จริงๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการผ่อนบ้านให้ดอกถูกลงอย่างการ 'Refinance' (รีไฟแนนซ์) มาแล้ว แต่นอกจากการ 'Refinance' ชาวผ่อนบ้านยังมีทางออกอีกอย่างก็คือการ 'Retention' (รีเทนชั่น) นั่นเองครับ

พาไปจิบต้นตำนาน Dirty Coffee ที่ร้าน "Bear Pond Espresso" ร้านกาแฟเล็กๆ ในย่าน Shimokitazawa

แม้ไปโตเกียวหนนี้ แม้ผมจะกดกาแฟอุ่นจากเครื่องหยอดเหรียญมากินง่ายๆ (และอุ่นมือแก้หนาวไปในตัว) อยู่ทุกวัน แต่ก็มีร้านกาแฟร้านหนึ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะไปเยี่ยมให้ได้สักครั้งอยู่นะ

#ติดดอยรวมมาให้ "ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน" กุมภาพันธ์ 2567

ไหนใครกำลังจะรีไฟแนนซ์กันบ้าง ใครกำลังผ่อนบ้านอยู่เพลิน ๆ นี่ห้ามลืมเด็ดเลยนะ เพราะหนี้บ้านพอพ้น 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลย

ผ่อนบ้านหมดไวขึ้นด้วยการ Refinance เรื่องที่มือใหม่หัดผ่อนบ้านต้องควรรู้

สำหรับใครผ่อนบ้านมานานหลายปีแล้วการรีไฟแนนซ์ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มผ่อนบ้าน การรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องสำคัญที่ผมแนะนำให้ศึกษาเอาไว้ เพราะเป็นประโยชน์แก่เราชาวผ่อนบ้านมากๆ

#ติดดอยรวมมาให้ "ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน" กุมภาพันธ์ 2567

'เดือนแห่งความรัก' ก็เป็นฤกษ์ดีสำหรับใครที่อยากมีเรือนหอเนอะ เดือนนี้มีข่าวดีว่าดอกเบี้ยแบบคงที่เริ่มกลับมาแล้วนะ

เพิ่งยื่นภาษีครั้งแรกต้องทำไงน้า?? เปิดวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ปี 2567 ฉบับมือใหม่เข้าใจง่าย

ผ่านช่วงเวลาในการฉลองปีใหม่กันเสร็จเรียบร้อย หลังเปิดปีใหม่มาช่วงเวลาแห่งการยื่นภาษีก็รับไม้ต่อทันทีครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งยื่นภาษีเป็นปีแรก ก็อาจจะงงๆ สักหน่อยแหละว่าต้องยื่นยังไง หรือไม่ต้องเป็นมือใหม่ก็ได้นะผมว่าหลายๆ คนต่อให้จะยื่นทุกปี ก็ยังต้องเข้ามาดู How to ทุกปี เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทำทุกวันเนอะ


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com