วันนี้เจอข่าวน่าสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องนึงที่ผมเองก็คิดมาตลอดในช่วง 3-4 ปีนี้
องค์การออกซ์แฟม (Oxfam) เผยข้อมูลที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐีเพียงแค่ 62 คน กลับมีมูลค่ามากกว่าทรัพย์สินของประชากรฐานะยากจนครึ่งโลกรวมกันเสียอีก และยังมีแนวโน้มที่อัตราส่วนจะมากกว่านี้อีกในอนาคต
ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังมีคนรวยจำนวนถึง 388 คนที่มีทรัพย์สินเท่ากับของคนยากจน ซึ่งนับเป็นประชากรครึ่งโลกรวมกัน
ทว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับแต่ปี 2010 ทรัพย์สินของเหล่ามหาเศรษฐีจำนวนหยิบมือเพิ่มขึ้นถึง 44% เป็น 1.76 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 64 ล้านล้านบาท)
ขณะที่ทรัพย์สินของคนยากจนครึ่งโลก หรือราว 3,500 ล้านคน กลับลดลง 41% ประกอบกับรายรับของคนยากจนตลอดเวลาเกือบ 25 ปี ที่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 3 เหรียญสหรัฐต่อปี ทำให้จำนวนมหาเศรษฐีที่จะมีทรัพย์สิน รวมกันเท่ากับคนยากจนลดลงเหลือ 80 คนในปี 2014 กระทั่งลดลงเหลือ 62 คนในปัจจุบัน!!!!!
และถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อปีที่แล้ว (2015) ผมจำได้ว่า บารัค โอบามา ได้กล่าวไว้ว่า
ในปัจจุบัน คนที่รวยที่สุดในโลกเพียง 1% แรก มีทรัพย์สินรวมกันเท่ากับประชากรที่เหลือของทั้งโลกรวมกัน !!
ตัวผมเองเล่นคอนโดมาหลายปี ทำให้ผมได้พบกับคนรวยมากมายหลายคน (แต่ผมไม่ใช่คนกลุ่มนั้นนะครับ 555)
มันทำให้ผมรู้สึกว่า “คนไทยรวยๆ นี่มันมีเยอะจริงๆ”
ผมเคยรู้ข้อมูลของธนาคารแห่งหนึ่งว่ามีบัญชีเงินฝากของคนที่มีเงินฝากเกิน 1 พันล้าน จำนวน 3 พันกว่าคน นี่มัน 3 ล้านล้าน เลยนะครับ!!!!! และนี่แค่ 1 ธนาคารนะครับ !!!!
มีแฟนเพจคอนโดติดดอยคนไหนอยู่ในกลุ่มนี้บ้างไหมครับ? แสดงตัวหน่อย 55555
ผมได้อ่านหนังสืออัตชีวประวัติของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เมื่อปีก่อน
ผมจำคำพูดที่ปู่อัลเบิร์ต กล่าวไว้เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้วได้ว่า
“ระบบทุนนิยม จะทำให้คนหนุ่มสาวในอนาคต ขาดความคิดสร้างสรรค์ เพราะพวกเขาจะเติบโตขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่า ทำอย่างไรให้มีเงินและทรัพย์สินได้มากที่สุด แทนที่จะคิดว่าสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ คืออะไร และมันจะทำให้สังคมมีความห่างของคนรวยและคนจนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ”
นี่คือคำพูดของคนเมื่อ 100 ปีที่แล้วนะครับ วิสัยทัศน์ของคนอัจฉริยะจริงๆ
ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในระบบทุนนิยม และยอมรับว่า การเล่นคอนโดของผม ก็มาจากความอยากมีมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น แต่วันที่ได้อ่านคำพูดนี้ของปู่อัลเบิร์ตก็ต้องย้อนกลับมาดูตัวเองว่า “เราอยู่ที่ตรงไหน”
สุดท้าย ผมก็คงต้องอยู่ในระบบนี้ต่อไป เพียงแต่จะ “สร้างสมดุล” ให้กับชีวิตในแบบไหนเท่านั้น
ผมเล่นคอนโดเพราะผมชอบมัน แต่ก็อยากได้กำไรจากมันด้วย ผมจะทำอย่างไรให้มันสมดุล
บางที เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับธรรมะนะครับ มันก็คือ “กิเลส” ดีๆ นี่เอง
ระบบทุนนิยม ก่อให้เกิดความโลภได้ง่ายมาก ซึ่งถ้าเราไม่มีสติและหลงไป ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ในระยะยาว
ระบบทุนนิยม ทำให้คนรวย และคนจน จะยิ่งห่างจากกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ
สังเกตได้ว่า เมื่อปีที่แล้ว คอนโดระดับ Hi-End ถูกส่งออกมาเพียบเลย เป็นเพราะดีเวลลอปเปอร์ต้องการควักเงินออกจากระเป๋าคนกลุ่มนี้ เพราะก็รู้ดีว่าคนกลุ่มนี้ก็ยังไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีเช่นกัน (Wealth Protection)
แต่ปีนี้ ผมว่าตลาดนี้น่าจะหดตัวลงนะ เพราะปีก่อนซัดกันไปเยอะมาก
ประกอบกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ออกมาเน้นไปที่คอนโดระดับล่างถึงกลางมากกว่า
ภาพของตลาดคอนโดปีนี้ ผมว่าน่าจะกลับมาสู่ระดับ 1-3 ล้านบาท กันเป็นหลักนะครับ