การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มักขยายตามแนวระบบสาธารณูปโภค ระบบคมนาคม และโดยเฉพาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายต่างๆ ทั้งที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน และอีกหลายสายที่จะทยอยก่อสร้างเพิ่มเติมในอนาคต
เส้นทางเหล่านี้ ทำให้เกิดจุดตัด หรือสถานีร่วมของเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่จะต้องมีแนวเส้นทางมาบรรจบกัน หรือว่ามีสถานีร่วมในบริเวณเดียวกัน
รวมทั้งมีบางเส้นทาง ที่ใช้สถานีร่วมกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายเดิมที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว
ทำให้พื้นที่รอบๆ สถานีที่เป็นจุดตัด หรือว่าจุดเชื่อมต่อเหล่านี้กลายเป็นทำเลทอง ที่ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้ซื้อ สนใจจับตามองมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า
สถานีเชื่อมต่อ หรือสถานีที่เป็นจุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและสายใหม่ๆ ปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ที่มีการเปิดขายโครงการใหม่ๆ มากขึ้น และจากการสำรวจของฝ่ายวิจัย พบว่าพื้นที่จุดตัดที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีศักยภาพ ประกอบด้วย 5 สถานีคือ
สถานีเตาปูน เป็นสถานีที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา
โดยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่จำนวนมาก เพราะเป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วง
มีคอนโดมิเนียมที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2554 จำนวนกว่า 5 พันหน่วย ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายรวม 3,055 หน่วย
แต่ขณะนี้ โครงการเปิดขายใหม่เริ่มชะลอตัว เนื่องจากมีจำนวนหน่วยเหลือขายค่อนข้างมาก
สำหรับราคาขายเฉลี่ยในพื้นที่รอบๆ สถานีนี้อยู่ที่ประมาณ 9 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่มีบางโครงการที่ราคาขายมากกว่า 1 แสนบาทต่อตร.ม.
ขณะที่ราคาขายของโครงการช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นบาทต่อตร.ม.
สถานีบางหว้า จุดตัดของสายสีเขียวและสีน้ำเงิน
ปัจจุบัน มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายในพื้นที่รอบสถานีจำนวน 2,377 หน่วย และขายไปได้ค่อนข้างสูงคือเกือบ 100%
โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะเปิดขายในช่วงก่อนหน้านี้ 3 – 5 ปี ทั้งนี้ ราคาขายได้ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
โดยก่อนที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจะเปิดให้บริการ ราคาขายของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 5.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.
แต่หลังจากสถานีบางหว้าเปิดให้บริการแล้ว ราคาขายเฉลี่ยของโครงการเดียวกันขึ้นไปมากกว่า 7 หมื่นบาทต่อตร.ม. เพิ่มขึ้นมากกว่า 25%
ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ที่เปิดขายหลังจากสถานีบางหว้าเปิดให้บริการนั้นมีราคาขายเฉลี่ยมากกว่า 7 หมื่นบาทต่อตร.ม.
ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายสนใจที่จะพัฒนาคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มากขึ้น
สถานีลาดพร้าว : สถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟใต้ดิน และสถานีเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต
ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเปิดขาย 5 โครงการ จำนวนหน่วยรวมทั้งหมดประมาณ 997 หน่วย
อัตราการขายเฉลี่ยของทุกโครงการอยู่ที่มากกว่า 96% ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีโครงการที่เพิ่งเปิดขายในราคาขายมากกว่า 1 แสนบาทต่อตร.ม.เมื่อปี 2558 ก็ตาม
แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้มีคอนโดมิเนียมเหลือขายอยู่ในบริเวณนี้ไม่มากนัก
และคาดว่าบริเวณนี้ จะมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ เปิดขายมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
เพราะว่ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
สถานีท่าพระ : สถานีที่เป็นจุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 เส้นทาง
เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด ในช่วง 3 -4 ปีที่ผ่านมา แต่ยังมีจำนวนไม่มากนัก
ปัจจุบันมีประมาณ 3,698 หน่วย และมีอัตราการขายที่ประมาณ 86% เพราะมี 2 โครงการขนาดใหญ่ ที่เปิดขายในช่วงปี 2557 – 2558 ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.เท่านั้น
แต่คาดว่า จะมากขึ้นในปี 2559 เพราะจะมีโครงการใหม่เปิดขายในราคาที่มากกว่า 1.1 แสนบาทต่อตร.ม.
สถานีห้าแยกลาดพร้าว/พหลโยธิน : จุดตัดของรถไฟใต้ดินกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต – คูคต) ที่ห้าแยกลาดพร้าว
ตั้งแต่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวเริ่มการก่อสร้าง ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในปัจจุบัน
แม้ว่าจะไม่มากเหมือนรอบๆ สถานีหมอชิต แต่บริเวณนี้ในปัจจุบัน มีความพร้อมค่อนข้างมาก
เนื่องด้วยมีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงานหลายอาคาร สวนสาธารณะ และมีรถไฟใต้ดินที่เปิดให้บริการแล้ว
อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากศูนย์คมนาคมพหลโยธิน หรือสถานีกลางบางซื่อที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งในอนาคต
สำหรับราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ปัจจุบันมากกว่า 1แสนบาทต่อตร.ม. และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต
“พื้นที่รอบๆ สถานีต่างๆ เหล่านี้ บางพื้นที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมเพราะผู้ประกอบการต่างก็ต้องการชิงกำลังซื้อในตลาดระดับกลาง – ล่างก่อนที่ราคาที่ดินจะปรับขึ้นไปมากกว่านี้ เมื่อการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้ามีความคืบหน้ามากขึ้น โดยสถานีที่มีความน่าสนใจที่สุดในขณะนี้คือ สถานีห้าแยกลาดพร้าว/พหลโยธิน”