ซุกผ้าห่มอ่านงานเขียน กับ 8 หนังสือหลากรส อ่านเพลินรับฤดูหนาว

ซุกผ้าห่มอ่านงานเขียน กับ 8 หนังสือหลากรส อ่านเพลินรับฤดูหนาว

Home   /   ติดดอยล้อมวงเล่า
โซน :

21 Nov 2019   08:09
 
        ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ แม้จะร้อนๆ หนาวๆ สลับไปมาชวนให้สับสน แต่เพราะไม่กี่อึดใจก็ถึงสิ้นปีแล้ว มันเลยมีบางช่วงที่พอจะให้เราได้สัมผัสถึงไอความหนาวได้บ้าง
 
        และพอคิดว่าถ้าสิ้นปีมาถึงเมื่อไหร่ อากาศมันคงเริ่มเย็นลงกว่านี้เลยชวนให้อยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งวัน ยิ่งวันหยุดใกล้เข้ามาแบบนี้หลายคนน่าจะวางแพลนไปเที่ยวกันเรียบร้อย แต่ถ้าใครอยากใช้ศิลปะในการปล่อยเวลาทิ้ง (หรือพูดง่ายๆ ว่าขี้เกียจ) วันนี้หมีอยากจะมาแนะนำหนังสือไว้อ่านเพลินๆ ฆ่าเวลากันครับผม
 
        โดยหนังคือที่คัดมาทั้งหมด 8 เล่มเป็นงานเขียนหลากรส จัดมาให้ทุกคนได้ขลุกตัวอยู่ในโลกสมมุติอย่างเพลิดเพลิน แถมรับรองได้ว่าหลังจากจมดิ่งไปกับหนังสือเล่มนั้นๆ แล้ว ทุกคนจะต้องอ่านจนลืมเวลาไปแน่นวลลลล
 
        อันตัวข้าพเจ้านี้คือแมว
        ผู้เขียน: Natsume Soseki
        สำนักพิมพ์: กำมะหยี่
 
 
        "อันตัวข้าพเจ้าคือแมว นามนั้นยังไม่มี"
 
        หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานมีชื่อจากประเทศญี่ปุ่นที่บ้านเราเพิ่งได้ลิขสิทธิ์และตีพิมพ์หมาดๆ เลยเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่าน หมีเองตอนที่ได้เห็นหนังสือคลอดนี่ก็ออกจะตื่นเต้นไม่น้อยเพราะเห็นรีวิวเวอร์ชั่นออริจินอลและเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษผ่านตามานานแล้ว คราวนี้พี่ไทยได้หยิบมาแปลเสียทีโดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่ก็ถือว่าต้องสอยบ้าง
 
        หลักๆ จะเล่าถึงโลกและบรรดามนุษย์ทั้งหลายผ่านสายตาของแมวไร้นามตัวหนึ่งที่เกรี้ยวกราดยามเบื่อหน่ายโลก เป็นหนังสือที่แฝงความคิดเสียดสีปนตลกขบขันของแมวที่วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดและคำพูดกับการกระทำต่างๆ ของมนุษย์ หนังสือเล่มหนาๆ ตัวยิบๆ ที่รับรองว่าจะทำให้เราได้ตัดขาดโลกและใช้เวลาไปกับการมองโลกของเจ้าเหมียวตัวนี้ได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่มีเบื่อเลยล่ะครับผม
 
        ช่างสักแห่งเอาช์วิทซ์
        ผู้เขียน: Heather Morris
        สำนักพิมพ์: Merry-Go-Round Publishing
 
 
        “คุณอยากให้ผมสักเลขให้กับคนอื่นๆ หรือครับ”
 
        เป็นหนังสืออีกเล่มที่เพิ่งได้ลิขสิทธิ์ภาษาไทยมาหมาดๆ โดยสำนักพิมพ์แมร์รี่โกราวด์ แน่นอนว่าหมีตื่นเต้นอีกแล้ว 555 หนังสือเรื่องนี้มีชื่อเสียงทีเดียว แถมได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ ลาลี โซโคลอฟ ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันเอาช์วิทซ์-เบียร์เคอเนา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
 
        หนังสือเรื่องนี้พูดถึงชายวัยยี่สิบเศษที่กลายมาเป็นนักโทษในค่ายกักกัน ถูกตีตราด้วยการสักหมายเลขบนท่อนแขน และวันหนึ่งชีวิตเขาก็พลิกผันทำให้กลายมาเป็น ‘ช่างสัก’ ในค่ายกักกันแห่งนี้เสียเอง แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้อาจมีเหตุการณ์ชวนสะเทือนใจอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ว่ากระทั่งในนรกก็ยังเกิดความรักได้ อบอุ่นหัวใจจริงๆ!
 
        มีอะไรในสวนหลังบ้าน
        ผู้เขียน: Kim Jin Yeong
        สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์
 
 
        "ในโลกใบนี้ไม่มีชีวิตที่เรียบง่ายหรอกค่ะ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย พวกเราทุกคนต่างโชคร้ายกันคนละแบบ ขอโทษด้วยนะคะ"
 
        อันที่จริงหมีไม่ได้อ่านงานเกาหลีมานานมากแล้ว แต่มาสนใจเรื่องนี้เพราะขึ้นเป็น Best Seller ที่เกาหลี แถมยังเป็นที่ฮือฮามากเสียด้วยตอนหนังสือได้ตีพิมพ์ และพอได้อ่านเองจริงๆ ก็สมราคาคุย เพราะปล่อยหมัดฮุกใส่เราได้ตั้งแต่บทแรกๆ จากนั้นก็สับขาหลอกคนอ่านไปมา ก่อนจะพลิกแล้วพลิกอีกอย่างกับเล่นรถไฟเหาะในช่วงสุดท้ายพร้อมปริศนาคาใจบางเบา เรียกได้ว่าอ่านแล้ววางไม่ลงเลย
 
        แม้จะเป็นหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก "กลิ่นที่โชยมาจากสวนสวยหลังบ้าน" แต่เอาเข้าจริงมันคือหนังสือที่เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง แถมยังแอบเปิดโปงด้านมืดของเกาหลี มีทั้งประเด็นความเหลื่อมล้ำ การกดขี่ทางเพศ สังคมชายเป็นใหญ่ และปัญหาครอบครัว ถ้าใครที่ชอบเรื่อง Parasite กับบรรยากาศเย็นยะเยือกก็น่าจะชอบเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
 
        หลุม
        ผู้เขียน: Louis Sachar
        สำนักพิมพ์: แพรวเยาวชน
 
 
        "เมื่อนายต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในหลุม…ทางเดียวที่นายจะไปต่อได้ คือปีนกลับขึ้นมา"
 
        หนังสือเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่หมีคิดว่าผู้ใหญ่ก็อ่านได้แถมยังเพลิดเพลินไปกับมันอีกด้วย อวยสักหน่อยว่าหมีเคยอ่านสมัยยังเด็กและก็ชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ (แต่เพิ่งมีการรีปรินต์เปลี่ยนปกใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง) โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการ 'ขุด' มันสนุกตรงที่เราจะได้มา 'ขุด' หาความจริงกัน ว่าจริงๆ แล้วพวกเขาต้องการจะ 'ขุด' อะไร
 
        หนังสือเรื่องนี้พูดถึง สแตนลีย์ เยลแนตส์ เด็กชายผู้ได้รับมรดกโชคร้ายจากคุณเทียดนักขโมยหมู ซึ่งความโชคร้ายของเขาเกิดขึ้นหลังศาลตัดสินว่าทำผิด ทำให้ถูกส่งตัวไปค่ายกักกันเด็กและเยาวชนที่ทำผิดอย่างค่ายกรีนเลค ที่นั่นผู้คุมจะสั่งให้ขุดหลุมทุกวันวันละหลุมเพื่อปรับปรุงพฤติกรรม แต่สแตนลีย์ก็มาเอะใจว่าจริงๆ แล้วการขุดหลุมไม่ใช่การปรับปรุงพฤติกรรม แต่ผู้คุมกำลังหลอกใช้ให้พวกเขาหาอะไรบางอย่างต่างหาก
 
        ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก
        ผู้เขียน: Higashino Keigo
        สำนักพิมพ์: Maxx Publishing
 
 
        "ความแค้นกับความจริง เราใช้เวลาอยู่กับอะไรมากกว่ากันในการค้นหาคนที่ทำร้ายเรา"
 
        ช่วงนี้นักเขียนแนวสืบสวนญี่ปุ่นที่กำลังดังในหมู่นักอ่านชาวไทยเห็นทีจะหนีไม่พ้น Higashino Keigo ที่ก่อนหน้านี้ดังเปรี้ยงปร้างในบ้านเรากับเรื่อง "ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ" แถมมีหนังสือได้ลิขสิทธิ์เข้าไทยยาวเป็นหางว่าว และ "ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก" นั้นแม้ชื่อจะดูดาร์กไปบ้างแต่เนื้อเรื่องไม่ดาร์กขนาดนั้นแถมยังสนุกชวนให้ติดตามอีกต่างหาก โดยเนื้อเรื่องพูดถึงสามพี่น้องที่แอบหนีออกจากบ้านไปดูฝนดาวตก แต่เมื่อกลับบ้านมากลับพบว่าพ่อแม่ของพวกเขาถูกฆาตกรรมในคืนนั้นเสียแล้ว
 
        หลังจากนั้นเมื่อทั้งสามโตขึ้นก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักต้มตุ๋น จนกระทั่งได้พบกับคนที่น่าจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของตน พวกเขาจึงเริ่มต้นค้นหาความจริงและความลับที่อาจจะทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม หมีอยากจะบอกว่าในบรรดาหนังสือมากมายของ Higashino Keigo แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจ๋งที่สุด มีกลเม็ดแพรวพราวในการเล่าเรื่องที่สุด แต่มันก็เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจในวันที่อากาศหนาวเย็นเป็นเรื่องต้นๆ เลยล่ะคร้าบบบ
 
        มาร์โควัลโด
        ผู้เขียน: Italo Calvino
        สำนักพิมพ์: บทจร
 
 
        "พูดง่ายๆ ว่า ถ้ารถเข็นของเราว่าง ขณะที่ของคนอื่นเต็ม เราก็ทนได้เพียงถึงจุดหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็จะรู้สึกอิจฉา เจ็บปวดหัวใจ และก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"
 
        เรื่องนี้หมีเพิ่งซื้อมาอ่านแล้วก็ส่งต่อให้คุณมารดาของหมีอ่านอีกที ซึ่งคุณมารดาก็อ่านอย่างเมามันไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ อันที่จริงมันก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ด้วยความที่เนื้อหาเป็นตอนสั้นๆ ไม่เยอะไปหรือน้อยไปของมัน เลยเหมาะที่จะให้ผู้สูงอายุอ่านยามว่างเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่อ่านแล้วจะได้แค่รสวรรณกรรม แต่สาระวรรณกรรมก็แฝงไว้ในหนังสือบางๆ เล่มนี้ไม่น้อยเลยนะ
 
        มาร์โควัลโด เป็นชื่อของกรรมกรผู้ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ทันสมัยเพราะเศรษฐกิจแต่แห้งแล้งชวนหดหู่ใจ แต่ละตอนของหนังสือจะเล่าถึงการใช้ชีวิตที่ขาดแคลนเงินทองของมาร์โควัลโดและครอบครัว การรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ในแต่ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนตลอดทั้งปีด้วยวิธีการซื่อๆ และ (ส่วนใหญ่ก็) สุจริตจวบจนถึงฤดูหนาวของวันสิ้นปี ซึ่งสาระแฝงของมันทำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำและความยากจนไม่น้อย อ่านไปก็ชวนหัวนิดๆ และเศร้าหน่อยๆ เหมือนกัน แหะๆ
 
        ฉางอันสิบสองชั่วยาม 
        ผู้เขียน: Ma Bo Yong
        สำนักพิมพ์: ENTER BOOKS
 
 
        "ผู้ทรงปัญญาปกครองคน ผู้มีแรงกายถูกคนปกครอง"
 
        ขอพาไปอ่านแนวพีเรียดกันเสียหน่อย ใครชอบนิยายจีนนี่ห้ามพลาดเรื่องนี้เลย หรือใครไม่ชอบแต่อยากลองก็อ่านได้เหมือนกันนะ ยิ่งไปกว่านั้นใครชอบแนวแอคชั่นสืบสวนสอบสวนนี่ต้องไปซื้อมา เพราะหลายเสียงบอกว่ามันดีจริง โดยเหตุการณ์ในหนังสือเป็นช่วงเทศกาลโคมไฟของฉางอัน แต่ในเทศกาลนี้มีการวางแผนลอบเข้ามาทำลายเมืองของคนต่างเผ่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลฉางอันจนปัญญากับการระงับเหตุ เลยต้องกัดฟันเรียกตัว จางเสี่ยวจิ้ง นักโทษประหารและอดีตทหารออกมาช่วยสืบหาคนร้าย
 
        โดยระยะเวลาสิบสองชั่วยามก็เท่ากับยี่สิบสี่ชั่วโมงในปัจจุบันนั่นแหละ แต่ทีนี้มันสนุกตรงที่หนังสือจะเล่าแบบเรียลไทม์ ในระยะเวลานี้ต้องหาตัวคนร้ายและระงับเหตุที่จะทำลายเมืองฉางอันให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่นอกจากจะต้องรับมือกับคนร้ายแล้วก็ต้องรับมือกับการเมืองการแก่งแย่งชิงดีของคนในราชสำนักที่คอยเข้ามาขัดแข้งขัดขาอีก เรียกได้ว่าครบรสมากๆ อ่านแล้วอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน สำหรับใครที่จะอ่าน หนังสือเรื่องนี้ทั้งหมด 3 เล่มจบ แนะนำให้ซื้อมาให้ครบเลย เพราะอ่านเล่มแรกจบแล้วไม่มีเล่มสองในมือก็คือค้างแน่นอน 555
 
        ชายชื่ออูเว 
        ผู้เขียน: Fredrik Backman
        สำนักพิมพ์: Merry-Go-Round Publishing
 
 
        “คุณรู้จักมนุษย์ลุงดีแค่ไหนก่อนจะเกลียดเขา?”
 
        ปิดท้ายกันที่เล่มนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มที่คุณมารดาของหมีชอบมากอีกแล้ว 555 อันที่จริงใครอ่านก็น่าจะชอบนะ เป็นหนังสือสวีดิชที่นับได้ว่ามีชื่อเสียงเรื่องหนึ่งเลย โดยตัวเอกคือ อูเว มนุษย์ลุงธรรมดาๆ หน้าตาบึ้งตึง ขี้หงุดหงิดไม่ยอมเป็นมิตรกับใครตามสไตล์มนุษย์ลุงทั่วไป แต่เอาเข้าจริงผู้เขียนก็ตั้งคำถามกับเราไว้เลยว่า “คุณรู้จักมนุษย์ลุงดีแค่ไหนก่อนจะเกลียดเขา?”
 
        พล็อตไม่หวือหวา แต่ความเรียบง่ายก็นับได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ตัวละครก็มีความหลากหลาย จนสุดท้ายอูเวก็คือตัวแทนที่พูดถึงความเศร้าและความโดดเดี่ยวที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ สุดท้ายแล้วอูเวเป็นมนุษย์ลุงน่ารังเกียจจริงๆ หรือแค่คนเหงาคนหนึ่งที่โลกไม่เข้าใจเขาเท่านั้น
 
        ใครอ่านเรื่องนี้แล้วชอบคุณนักเขียนเขายังเขียนถึงมนุษย์ป้าและมนุษย์ยายเป็นเรื่องแยกด้วยนะ ซึ่งเวอร์ชั่นไทยทั้งสามเล่มนั้นตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แมร์รี่โกราวด์ทั้งหมด เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เหมาะจะอ่านเพื่อวอร์มหัวใจในวันที่อากาศเริ่มหนาวเย็นแบบนี้จริงๆ จ้า
 
        ถ้ามีเรื่องที่เล็งไว้แล้วก็เตรียมไปหามาอ่านกันในช่วงวันว่างของทุกคนได้เลยเนอะ ซุกตัวในผ้าห่มหนาๆ จิบกาแฟร้อนๆ สักแก้ว กับหนังสือดีๆ สักเล่ม แค่นี้ก็สามารถใช้เวลาให้หมดวันไปได้อย่างเพลิดเพลินแล้วเนอะ
 
 
 
 
 


ติดดอยแนะนำ


ติดดอยรีวิว

IDEO MOBI Sukhumvit 40 ทองหล่อก็ใกล้ เอกมัยก็โอ

เพื่อนสนิทผมคนนึงเคยบอกว่า ชอบฝั่งตรงข้าม ‘ทองหล่อและเอกมัย’ มากกว่า ‘ใกล้รถไฟฟ้าเหมือนกันแถมทะลุออกไปพระรามสี่ได้ด้วย รถก็ไม่ติดเท่า’

KnightsBridge Prime Sathorn อัศวินสาทร เสร็จแล้วนะ

เมื่อ 2 ปีก่อน ในช่วงที่ 'พี่อัศวิน' เริ่มวางแผนเคลื่อนทัพเข้าสู่ใจกลางเมือง ก่อนเป็นภาพคุ้นตาอย่างในทุกวันนี้

แต่งคอนโดยังไงให้ได้แบบ "XT HUAIKHWANG"

วันก่อนได้ไปเยี่ยมเยียน Sales Gallery 'XT ห้วยขวาง' ต้องยอมรับเลยว่า "พี่สิบหมื่น" เค้าแต่งห้องได้สวยงาม


ติดดอยโร้ดทู

ชวนเดินดูทำเล "THE TREE SUKHUMVIT-RAMA4" อีกหนึ่งคอนโดเด่น เดินทางสะดวก

เคยเขียนถึงทำเลย่านพระโขนงไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่สบโอกาสว่า ไหน ๆ ก็มาแล้ว เราก็ต้องสอดส่องให้ครบ ๆ หน่อย เท่าที่หาข้อมูลมาก็ไม่ได้มีแค่โครงการเดียวที่น่าสนใจ

IDEO SUKHUMVIT-RAMA 4 คอนโดคูล ๆ ย่านพระโขนง

เหมือนจะพูดถึงอยู่บ่อย ๆ สำหรับโซน ๆ สุขุมวิท แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้มาเดิน แบบสำรวจจริง ๆ จัง ๆ บ่อยมากเท่าไหร่แฮะ ประจวบเหมาะกับการได้โจทย์ให้มาสำรวจแถบ ๆ พระโขนงเราก็เลยถือโอกาสนี้แหละ มาเดินดูจริง ๆ จัง ๆ ซักหน่อย

“IDEO Charan70-Riverview” กระเป๋าตังค์สะท้าน โซนจรัญฯ สะเทือน

ตั้งแต่รถไฟฟ้าเริ่มขยายอาณาเขตไปโซนอื่นมากขึ้นก็รู้สึกได้เลยว่าบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลายคึกคักกันมากจริงๆ อย่างที่ผมไปมาวันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้ามากๆ


ติดดอยสไตล์

หยุดวันพ่อ ชวนพ่อดูหนัง : 5 ภาพยนตร์ ลูกดูได้ พ่อดูก็ดี

เชื่อว่าวันที่ 5 ธันวาคม หลาย ๆ คนคงจะได้หยุดงานเพื่อใช้เวลากับพ่อตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ปีนี้วันพ่อดันเป็น วันที่ตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งพอได้หยุดแล้ว เช้าถัดมาวันศุกร์ก็ยังต้องไปทำงานต่อ5555 นอกจากพาพ่อเที่ยวห้าง หรือที่ใกล้ ๆ แบบ one day trip คงจะไม่จุใจพอ แถมยังต้องแบกสารร่างอันเหนื่อยล้าไปทำงานกันอีกวัน วันพ่อเลยอาจจะเป็นวันที่ไม่ค่อยแฮปปี้มากนัก55555(คิดแทน)

"Ne Zha 2019" แอนิเมชั่นจีนติดโผชิงออสการ์ กับฉากแอคชั่นสุดมันส์ ที่ไม่ดูถือว่าพลาด!

"Ne Zha 2019" แอนิเมชั่นจีนติดโผชิงออสการ์ กับฉากแอคชั่นสุดมันส์ สองชั่วโมงเต็มอิ่มไม่มีเบื่อ! 9/10

ลองของใหม่ "Super cheese" ขอบใหม่จาก “The Pizza”

นานๆจะได้สถิตย์อยู่บ้านซะที เห็น “The Pizza” ออกขอบใหม่ สั่งมันเสียเลย อิอิ มันคือ “Super cheese” ที่คาดว่าน่าจะอยู่ยันข้ามปีเลย

ซุกผ้าห่มอ่านงานเขียน กับ 8 หนังสือหลากรส อ่านเพลินรับฤดูหนาว

ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ แม้จะร้อนๆ หนาวๆ สลับไปมาชวนให้สับสน แต่เพราะไม่กี่อึดใจก็ถึงสิ้นปีแล้ว มันเลยมีบางช่วงที่พอจะให้เราได้สัมผัสถึงไอความหนาวได้บ้าง

ชวนไปชิม “คุโระกิมจิ” น้ำซุปใหม่จาก "Shabushi"!!

เฮ้ย เข้าร้านมาตั้งแต่เมื่อไรฟระ ผมอุทานหลังเข้า “Shabushi” มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว อิอิ คาดว่า กลิ่นน้ำซุป น่าจะเป็นตัวดึงจมูก กลิ่นมันหอมแปลกๆ ซุปไรหว่า?

เดือนนี้ต้องไม่พลาด “เอ็นกาวะ” จาก "Shibuya Shabu"

นึกว่าจะไม่ได้กินซะแล้วเดือนนี้ หลังจากพลาดเดือน “เอ็นกาวะ” มาหลายรอบ โปรเดือนนี้ จะมี “เอ็นกาวะฟัวกราส์” , “แซลมอนฟัวกราส์” และ “ปลาทรายทอดเทมปุระ” เป็นทีเด็ด “เอ็นกาวะฟัวกราส์” พระเอกของเดือน


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com