หยุดวันพ่อ ชวนพ่อดูหนัง : 5 ภาพยนตร์ ลูกดูได้ พ่อดูก็ดี

หยุดวันพ่อ ชวนพ่อดูหนัง : 5 ภาพยนตร์ ลูกดูได้ พ่อดูก็ดี

Home   /   ติดดอยล้อมวงเล่า

โซน : 05 Dec 2019   07:53
 
        5 ธันวาคม วันที่คนไทยทุกคนคุ้นเคยและทราบกันเป็นอย่างดีว่ามีความหมายที่สำคัญอย่างไร
 
        ซึ่งความจริงแล้ววันที่ 5 ธันวา เนี้ย ถือเป็นวันสำคัญถึง 4 ต่อด้วยกันนะ ทั้ง
 
        1. เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
        2. เป็นวันชาติ
        3. เป็นวันดินโลก
        4. เป็นวันพ่อแห่งชาติ
 
        แต่เราขออนุญาต มาโฟกัสในเรื่องของการเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้วกันนะ
 
        เชื่อว่าวันที่ 5 ธันวาคม หลาย ๆ คนคงจะได้หยุดงานเพื่อใช้เวลากับพ่อตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ปีนี้วันพ่อดันเป็น วันที่ตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งพอได้หยุดแล้ว เช้าถัดมาวันศุกร์ก็ยังต้องไปทำงานต่อ5555
 
        นอกจากพาพ่อเที่ยวห้าง หรือที่ใกล้ ๆ แบบ one day trip คงจะไม่จุใจพอ แถมยังต้องแบกสารร่างอันเหนื่อยล้าไปทำงานกันอีกวัน วันพ่อเลยอาจจะเป็นวันที่ไม่ค่อยแฮปปี้มากนัก55555(คิดแทน)
 
        เข้าเรื่องเลยแล้วกัน5555555 ถ้าใครยังไม่มีแพลนไปไหน หรือ ไม่รู้จะทำอะไร ลองเปลี่ยนเป็นอยู่บ้านแล้วใช้เวลาร่วมกันด้วยการดูหนังก็ได้นะ
 
        ดังนั้นวันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำหนัง 5 เรื่องที่ไม่ว่าพ่อหรือลูกก็ดูได้ จะเป็นเรื่องอะไรบ้าง เตรียมจดเช็คลิสท์ แล้ว ตามมาโลดดด
 
        *เนื้อหาด้านล่าง อาจะมีการสปอยล์นิดหน่อย!!
 
        1. Pursuit of happines
 
 
        Pursuit of happiness หรือที่มีชื่อไทยว่า “ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้” เปิดประเดิมเรื่องแรกด้วยภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยนักแสดงผิวสีมากความสามารถ “Will Smith” ที่เรื่องนี้คือการมารับบทร่วมกับลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองอย่าง “Jaden Smith” พ่อลูกแท้ ๆ ที่มารับบทพ่อลูกในหนัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำให้ผู้ชมคล้อยตามและอินไปกับการถ่ายทอดออกมาในจอภาพยนตร์ของทั้งคู่
 
        ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากชีวประวัติของคริส การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกา โดยได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จ เมื่อต้องหย่าร้างกับภรรยา และ ต้องกลายเป็นพ่อหม้ายลูกติดที่ต้องเลี้ยงลูกชายไปด้วย หลังจากประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการลงทุนในธุรกิจเฟรนไชน์ที่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ส่งผลให้เขาไม่มีงาน ไม่มีเงิน รวมถึง ไม่มีบ้านให้อยู่ คริส ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน ที่หนีบลูกชายตัวเล็ก ๆ ไปด้วยทุกที่ ในสภาวะที่ยากลำบากนี้ ในหนังจะทำให้เห็นว่าพ่อลูกคู่นี้ยังคงยิ้มให้กันและกันเสมอ
 
        ปล. เรื่องนี้สามารถหาดูได้ใน Netflix ได้แล้วด้วย
 
 
 
        2. Like Father , Like Son
 
 
        Like Father , Like Son ภาพยนตร์จากแดนปลาดิบ ที่มีชื่อไทยว่า “พ่อครับ…รักผมได้ไหม”
 
        ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่ามันจะมีละครหรือหนังที่มีพล็อตประมาณว่า นางพยาบาลหยิบลูกสลับกัน ลูกคนโน้น ไปอยู่กับพ่อแม่คนนี้ ส่วนลูกคนนี้ ไปอยู่กับพ่อแม่คนโน้น
 
        ซึ่งจะบอกว่า เรื่องนี้มีพล็อตประมาณนี้แหละ55555 คือลูกถูกสลับกันเลี้ยงมาถึง 6 ปี!!แต่อย่าเพิ่งคิดว่าจะน้ำเน่าละครไทยอะไรประมาณนั้นนะ เราลองนึกตามหลักความเป็นจริง หากวันหนึ่งรู้ความจริงขึ้นมา หากเราเป็นพ่อแม่ เราจะเลือกเอาลูกที่เป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเองกลับมาเลี้ยง แล้วคืนลูกชาวบ้านที่เราเลี้ยงมาแล้ว 6 ปี ให้เขาไป หรือ จะปล่อยให้เป็นเหมือนเดิม เลี้ยงลูกสลับสายเลือดกันไปเรื่อย ๆ ….
 
        ไม่ว่าจะมีคำตอบแบบไหน แต่ 2 ครอบครัวในหนัง เลือกที่จะลองเอาลูกแท้ ๆ ตัวเองมาเลี้ยง เอาล่ะ เริ่มไม่ใช่พล็อตแบบที่เราคุ้นเคยกันแล้วใช่มั้ยล่ะ หนังยังเล่าถึงความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงดู สถานภาพทางการเงิน อาชีพ ที่ยังไง๊ยังไงก็แสนจะแตกต่างกันของ 2 ครอบครัวนี้ ความสนุกจึงอยู่ในเรื่องการที่ครอบครัวเองก็ต้องพยายามปรับตัวหลังนำลูกจริง ๆ ของตัวเองมาเลี้ยงนั่นแหละ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ซึ้งกินใจ ไม่เลี่ยนไป ดูแล้วเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่มากยิ่งขึ้น
 
 
 

        3. I am Sam
 
 
        เป็นภาพยนตร์ที่หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่ลองหยิบมาดูกับพ่ออีกครั้ง ก็อาจจะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไปได้นะ เรื่องนี้มีชื่อไทยว่า “สุภาพบุรุษปัญญานิ่ม” เรื่องราวของ”แซม”พ่อ ที่มีลูกสาวหนึ่งคน มันก็เหมือนจะดีไม่มีอะไรแปลก ถ้าพ่อไม่ได้มีระดับสติปัญญาเทียบเท่าเด็กอายุ 7 ขวบ (เอ้า แล้วงี้พ่อไปทำแม่ท้องได้ไง รอดูในหนังอีกทีเค้ามีเหตุผลนะ)
 
        แค่รู้ว่าพ่อมีระดับสติปัญญาแค่นี้ ก็ทราบถึง Conflict ของเรื่องแล้วว่า จะเป็นยังไงต่อ เพราะในขณะที่ลูกเติบโตขึ้นและมีพัฒนาเหมือนคนปกติตามระยะเวลา แต่แซม ยังคงเป็นพ่อที่มีระดับสติปัญญา 7 ขวบเท่าเดิม แต่กระนั้นสัญชาติญาณความเป็นพ่อของแซมก็ไม่ได้บกพร่อง ซึ่งในหนังนั้นเล่าว่าแม้แซมจะรักลูกมากแค่ไหน แต่ในสภาวะความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าแซมไม่ได้มีประสิทธิภาพพอที่จะเลี้ยงดูคนคนหนึ่งได้ดีพอ
 
        แน่นอนว่าเรื่องนี้ซึ้งน้ำตาแตกสุด ๆ ใครพ่อลูกคอหนังสายซึ้ง สายดราม่าต้องดูจริง ๆ เรื่องนี้ แนะนำเตรียมทิชชู่ให้พร้อมเลยนะ ปล.ลูกสาวของแซมในเรื่องนี้รับบทโดย แอล เฟนนิ่ง สาวน้อยออโรร่า นั่นเอง ใครอยากชมความน่ารักในวัยเด็กของเธอ ก็อย่าพลาดเชียว
 
 
 
        4. เอ๋อเหรอ
 
 
        ถ้าฝั่งฮอลลีวูดมี ไอ แอม แซม ฝั่งไทยก็ต้องยกให้เอ๋อเหรอ นี่แหละ ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เราลบภาพการเป็นตลกในแก๊งสามช่าของโหน่ง ชะชะช่า ไปซะสนิท
 
        เรื่องราวของ "สำรวย" พ่อที่เป็นดาวน์ซินโดรม (เรื่องนี้โชคดีหน่อยที่พ่อไม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเหมือนข้างแซม) ที่ต้องออกไปตามหาลูกที่กรุงเทพ ซึ่งระหว่างที่ตามหาลูกชายนั้นก็เกิดเรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เราได้เห็นถึงความรัก ความเสียสละ ของคนที่เป็นพ่อ อาจจะคิดว่าเป็นการเน้นหนักที่ความดราม่าเยอะไปไหม ขอบอกเลยว่าไม่ขนาดนั้น ระหว่างทางหนังมีจุดพักให้เราอยู่บ้าง คือความน่ารักของนักแสดง และ โหน่ง ชะชะช่า นั่นเอง อีกทั้งหนังยังคงไม่ทิ้งลายการเป็นนักแสดงตลกของโหน่ง เรายังได้หัวเราะแบบน้ำตาตื้นกันอยู่บ้าง
 
        เรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่พจน์ อานนท์ ฉีกภาพจำเดิม ๆ ออกมาทำหนังแนวครอบครัว ที่เน้นความอบอุ่น ถือเป็นหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด เรียกได้ว่าเรื่องนี้ให้พ่อดูก็ซึม ให้ลูกดูก็ซึ้ง ได้
 
 
  
     5. About Time
 
 
        เห็นใบปิดหนังครั้งแรกคิดว่าเป็นหนังรักเลี่ยน ๆ ไม่น่าใช่แนวเท่าไหร่ แต่พอดูจบแล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดไปหมด55555 About time ชื่อไทยว่า "ย้อนเวลาให้เธอ (ปิ๊ง) รัก" ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ครบรส ดูได้ทุกเพศทุกวัยจริง ๆ
 
        เรื่องราวของ “ทิม” ที่ค้นพบความจริงว่า ผู้ชายทุกคนในบ้านมีมรดกตกทอดต่อ ๆ กันมานั่นก็ “สามารถเดินทางข้ามเวลาได้” ส่งผมให้ทิมสามารถที่จะย้อนเวลาไปแก้ไขเรื่องราวที่ผิดพลาดได้ตลอด
 
        แต่บางครั้ง การย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต ก็ไม่สามารถช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้ กลับกันอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ
 
        เกิดแก่เจ็บตายมันเป็นของธรรมดา วันที่พ่อของทิมจากไป ทิมจึงยังสามารถย้อนเวลากลับไปหาพ่อและบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างของตัวเองเหมือนครั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ด้วยได้เสมอ
เป็นหนังฟีลกู๊ดที่อมยิ้มทั้งเรื่องแต่ดันมาร้องไห้ให้กับฉากพ่อลูกตีปิงปองซะได้ (เพราะอะไรถึงร้อง ต้องไปชมกันเอาเอง) ส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ดราม่า เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจไปพร้อมกับการอมรมสั่งสอนลูกของคนเป็นพ่อจวบจนครั้งสุดท้าย
 
        ไม่เพียงแต่เรื่องรักร้อนแรงของหนุ่มสาว เรื่องนี้ยังเล่าไปถึงความรักของพี่น้อง และพ่อลูก อีกด้วย ดูเรื่องนี้แล้วก็อยากใช้ชีวิตให้ดี เพื่อคนที่เรารักเหมือนกันแฮะ :) ถ้าอยากรู้ว่าดียังไง ก็ลองชวนคนที่รัก หรือพ่อ มาดูด้วยกันในวันหยุดนี้ได้เลย ที่สำคัญเรื่องนี้ก็ลงใน Netflix แล้วเช่นเดียวกันนะ
 
 
 
 
        วันพ่อ อาจจะไม่จำเป็นต้องพาพ่อไปเที่ยวเสมอไป ความสุขของคนเป็นพ่อคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ใช้เวลาอยู่กับลูก
 
        หากวันที่ 5 นี้ใครยังไม่มีแพลนจะทำอะไร ลองหยิบหนัง 5 เรื่องนี้เราแนะนำ ชวนพ่อมานั่ง/นอน ใช้วันหยุดกับท่านกันอย่างมีความสุข หรือ ถ้าหากใครมีหนังเรื่องอื่น ๆ ที่อยากแนะนำ ก็ลองแนะนำกันเข้ามาได้นะ
 
        สุดท้ายนี้เราขอให้คุณพ่อ และ ลูก ๆ ของเพจคอนโดติดดอย มีความสุขในวันพ่อแห่งชาตินี้กันทุก ๆ คนด้วยนะคร้าบโผมม :)
 
 
 
 
 

Tag :



ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

มินิรีวิว "Chewathai ปิ่นเกล้า" ใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้าดี ไปศิริราชง่าย ข้ามสะพานพระราม 8 สบาย

"สะพานพระรามแปด" จัดว่าเป็น 1 ในสะพานที่ผมใช้บริการอยู่เกือบทุกสัปดาห์ จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตผม ก็ว่าได้ เนื่องด้วยระหว่างที่รอรับลูกสาววัยแสนซนโรงเรียนเลิก ผมมักจะแอบไปโต๋เต๋

มินิรีวิว "Chewathai Hallmark จรัญ 13" ส่วนกลางดั่งคอนโด High-Rise ย่อส่วน 400 ม. สู่ MRT จรัญฯ 13

"โว้ว อย่างกับไฮไรส์ย่อส่วนเลยวุ้ย!!" เป็นคำพูดที่หล่นมาจากปากอย่างมิทันตั้งตัว หลังได้ไปยลส่วนกลางของ "Chewathai Hallmark จรัญ 13" โครงการนี้สร้างเสร็จแล้ว มีโอกาสได้ไปเยือน รู้สึกว่ามีจุดเด่นหลายจุด เลยเอามาเล่าให้ได้อ่านกัน

รีวิว "Supalai Park สถานีตลาดพลู" ฉบับสร้างเสร็จ คอนโดราคาน่าคบหา แห่งย่านตลาดพลู

ในฐานะที่เคย "ชมเชย" โครงการ "Supalai Park สถานีตลาดพลู" เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้โครงการก่อร่างสร้างตัวเสร็จ พร้อมให้เก็บกระเป๋า ย้ายเข้ามาสร้าง "สภาวะล้มตัว" ที่เตียงนอนได้แล้ว อิอิ


ติดดอยโร้ดทู

อยู่นี่ไม่มีเหงา พาส่องทำเล "ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน" อีกโครงการน่าจับตามองจากโกวศุ

สี่พระยา-สามย่าน เป็นอีกหนึ่งทำเลที่คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะเป็นอีกย่านที่คลาคล่ำไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างร้าน ระบบขนส่งสาธารณะ และถนนหนทาง

“The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

ชวนชม “The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

อุดมสุข อุดมสมบูรณ์ ที่ "Elio Del Nest"

ใครที่นกไปจากหลายๆ โครงการของปีนี้ วันนี้หมีจะพาไปบินหารังใหม่กัน


ติดดอยสไตล์

“ALEXANDER LAMONT” แต่งบ้านด้วยแบรนด์ดัง การันตรีรางวัลจากองค์การยูเนสโก!!!

ถ้าใครยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ ผมขอบอกเลยว่าเค้าไม่ธรรมดาเพราะมีผลงานเข้าตาจนได้รับรางวัลงานออกแบบยอดเยี่ยมจากองค์การยูเนสโกด้วย!!!

ชวนกิน "CHICKEN CLUB" ร้านไก่เกาหลี พิกัดดีใจกลางสยาม!!

วันนี้ #ติดดอยคอยกิน ของเราทนกระแสไม่ไหว ขอมาลองไก่เกาหลี "Chicken Club" ใจกลางสยามซะหน่อย เห็นช่วงที่ผ่านมาเป็นกระแสอย่างหนักหน่วง เลื่อนเฟสบุ๊คเป็นต้องเจอกันทุกคน 555

ที่ 1 ในใจตลอดกาล "เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน" ที่อยากชวนให้ลอง!!

ร้านเย็นตาโฟอันดับ1ตลอดกาลสำหรับผม กินมาตั้งแต่อยู่เซนต์คาเบรียล โดยเฉพาะ 'ไส้' ต้องสั่งจานแยกมาทุกครั้ง ใครอยู่แถวศรีย่าน​ไม่น่าที่จะไม่รู้จักนะ

ชวนถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมลิ้มรสอาหารกับร้าน INVITE restaurant and bar คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนม

เพื่อนสนิทให้แวะมาชิมขนมเมนูใหม่ของร้าน Invite restaurant and bar เดี๋ยวนี้ชักดังใหญ่ มีสาวๆ สวยๆ sexy แวะมาถ่ายรูปทุกวัน โดยเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์​ นี่คนเพียบเลย วันนี้ลองไหวแค่ 4 เมนู

5 ข้อต้องรู้ ก่อนไปดู "Train To Busan: Peninsula" ความระทึกครั้งใหม่ก่อนลงจอฉาย 23 ก.ค. นี้!

ถ้าถามว่ามีหนังเรื่องไหนที่เหมาะจะดูในปีนี้มากที่สุด หมีคิดว่าทุกคนน่าจะมีคำตอบไว้ในใจกันอยู่แล้ว และคำตอบนั้นก็น่าจะคล้ายกันด้วย นั่นคือ "Train to Busan: Peninsula"


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com