ชัยชนะของ Parasite: เมื่อเวทีใหญ่ไร้พรมแดนเรื่องภาษา ซับไตเติลก็สูงขึ้นมาแค่ “หนึ่งนิ้ว”

ชัยชนะของ Parasite: เมื่อเวทีใหญ่ไร้พรมแดนเรื่องภาษา ซับไตเติลก็สูงขึ้นมาแค่ “หนึ่งนิ้ว”

Home   /   ติดดอยล้อมวงเล่า
โซน :

13 Feb 2020   11:16
 
        "เมื่อคุณมองข้ามกำแพงสูง 1 นิ้วที่ชื่อว่า 'ซับไตเติล' คุณจะได้ค้นพบกับหนังดีๆ อีกมากมาย"
 
        ยังคงเป็น speech ที่สุดจะอิมแพ็คของ บงจุนโฮ ผู้กำกับมือทองจากเรื่อง Parasite ที่พูดไว้ให้โลก (ภาพยนตร์ต่างประเทศ) ได้จารึก เมื่อครั้งที่ขึ้นรับรางวัลในงาน Golden Globes
 
 
        จนกระทั่งมาถึงเวทีใหญ่ที่สุดของวงการภาพยนตร์อย่าง Oscar ภาพยนตร์เรื่อง Parasite ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเวทีนี้ เพราะเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องแรกที่ชนะรางวัลใหญ่สุดอย่างรางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ปาดหน้า 1917 ไปได้แบบสุดตื่นเต้น
 
        ก่อนหน้านี้บงจุนโฮทำหนังฟอร์มใหญ่แนวฮอลลีวู้ดมา 2 เรื่อง คือ Snowpiercer และ Okja ที่ใช้ภาษาอังกฤษและมีนักแสดงต่างประเทศชื่อดังมาร่วมแสดง (อ่าน ชวนดูหนังคุณภาพของ "บงจุนโฮ" ผู้กำกับรางวัลดังที่ไม่ได้มีดีแค่ "ชนชั้นปรสิต" ได้ ที่นี่) แต่สุดท้ายแล้วแกคงรู้สึกได้แหละว่ามัน “ไม่ใช่” ผู้ชายคนนี้เลยหันกลับไปทำหนังฟอร์มเล็กสไตล์เกาหลีแบบที่แกถนัดและทำมาตลอดนับตั้งแต่นั่งแท่นผู้กำกับ สุดท้ายก็บู้มมม เกิดเป็น Parasite
 
 
        ต้องบอกก่อนว่า ก่อนหน้านี้บนเวทีออสการ์นั้นเคยมีภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศหลายเรื่องที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Picture แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ภาพยนตร์หลายเรื่องเหล่านั้น 'ยังไม่เคย' มีเรื่องไหนได้รับรางวัลนี้เลย
 
        จนกระทั่งการมาถึงของภาพยนตร์เกาหลีมาแรงอย่าง Parasite นี่แหละ
 
 
        นอกจากจะคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของงานมานอนกอดได้แล้ว Parasite ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่ได้รับรางวัลกลับบ้านไปมากที่สุดคือ 4 รางวัล โดยนอกจากรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแล้วก็ยังมีรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม อีกต่างหาก
 
        รางวัลสุดท้ายนั้นใครก็มองว่านอนมาอยู่แล้ว แต่รางวัลอื่นๆ นี่เรียกได้ว่าปาดหน้าตัวเต็งไปไม่น้อย แถมทุกรางวัลที่ได้รับก็ดันเป็นรางวัลใหญ่ๆ ทั้งนั้น
 
        ตอนแรกที่ประกาศว่า Parasite คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมไปได้เนี่ย หมีเข้าใจว่าคงจบแค่นี้ละ อาจให้รางวัลใหญ่ๆ มาเพื่อปลอบใจ แต่ที่ไหนได้ดันเป็นการแจกรางวัลเพื่อลีดไปสู่รางวัลใหญ่สุดอย่างรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมซะงั้น
 
        นี่แสดงให้เห็นว่าที่คนอินปรสิตเพราะรู้ดีว่าทุกที่บนโลกล้วนมีชนชั้นปรสิตแฝงอยู่หรือเปล่า?
 
 
 
 
        พูดซะเท่ แต่คนที่เท่กว่าคือทีมงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังของเค้านี่แหละ
 
        หลังจากประกาศรางวัลเสร็จเรียบร้อยดราม่าก็ลอยมาพอหอมปากหอมคอ ชัดเจนหน่อยคือเรื่องราวบนเวทีช่วงที่ทีมงาน Parasite ขึ้นไปรับรางวัล
 
        เรื่องมันมีอยู่ว่าทีมงานพูดขอบคุณไปเพียงแค่คนเดียว ทางออสการ์ดันเริ่มปิดไฟ "บางส่วน" บนเวทีเป็นสัญญาณว่า โอเค เสร็จสิ้นแล้วนะจ๊ะ ลงไปได้แล้วจ้ะ
 
 
        ซึ่งสำหรับรางวัลใหญ่ขนาดนี้คนเค้าก็มองกันว่าออสการ์ทำน่าเกลียดไปหรือเปล่า บรรดานักแสดงและผู้กำกับรวมถึงทีมงานที่นั่งกันอยู่ด้านล่างเวทีเลยช่วยกัน encore ส่งสัญญาณทำนองว่า "พูดต่อเลยพวก พูดต่อไม่ต้องสน!" ทีมงาน Parasite เลยได้จับไมค์พูดต่อ ส่วนทีมงานออสการ์ก็ต้องเปิดไฟให้อีกหน
 
        หรือจะเป็นการสัมภาษณ์หลังไมค์ของพิธีกรชาวเม็กซิกันที่ตอนนี้กำลังโดนคนจวกเละอยู่เพราะพี่แกไปสัมภาษณ์บงจุนโฮ แล้วก็ถามว่า "คุณพูดอังกฤษได้มั้ย ถ้าไงเรามาพูดเกาหลีกันก็ได้นะ"
 
        พูดแซะแบบมีนัยยะความ "เหยียด" ไม่พอ ยังทำทีเชิงล้อเลียนการพูดเกาหลีตามไปอีก ซึ่งชาวเน็ตหลายคนก็ออกมาประณามกันเลยว่านี่เป็นการกระทำที่เหยียดเชื้อชาติสุดๆ!
 
 
        แต่คุณกำลังพูดอยู่กับใคร
 
        คุณกำลังพูดกับบงจุนโฮ ผู้ชายที่สุดจะแซ่บและโนสนโนแคร์ใดๆ อยู่นะครับท่าน
 
        เอเนอจี้แรกที่จุกกันไปก่อนแล้วคือการแซะเรื่องซับไตเติล เพราะคนผิวขาว (ส่วนมาก) ไม่ค่อยชอบการดูหนังภาษาต่างประเทศเพราะพวกเขา "ขี้เกียจ" อ่านซับ
 
        จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้หนังเอเชียนเรื่องไหนที่ดีมักจะถูกซื้อไปรีเมคเป็นเวอร์ชั่นของคนผิวขาวเสียหมด ถ้าพูดถึงหนังเกาหลีที่ถูกซื้อไปรีเมคแล้วแป๊กนั้น ดังๆ หน่อยก็ Old Boy ที่หมีได้แต่หัวเราะแหะๆ เมื่อได้ดู ส่วนหนังไทยเราก็โดนนะ ทั้ง ชัตเตอร์, 13 เกมสยอง, บางกอกแดนเจอรัส ฯลฯ เรียกว่า...ไม่รอด
 
 
        แต่บงจุนโฮดันออกมาตอกหน้าด้วยประโยคที่แปลเป็นภาษาที่เราๆ เข้าใจก็คือ "หัดอ่านซับเอาบ้างสิ (โว้ย)" มันเลยเป็นเอเนอจี้ที่เอเชียนพีเพิลอย่างเราภูมิใจไม่น้อย
 
        และทุกครั้งที่พูดสปีชบนทุกๆ เวที (รวมถึงบนเวทีออสการ์) พี่บงจุนโฮแกพูดเกาหลีล้วนเลยนะจ๊ะ โดดข้ามทุกกำแพงภาษา โดดข้ามมาจนมีวันนี้ ตอนขึ้นรับรางวัลก็คือฟังอังกฤษได้ พูดอังกฤษก็ได้ แต่ไม่พูด ใครจะทำไม 55555
 
        การกระทำแบบนี้มันคือการทุบคนอเมริกันที่ Xenophobic สุดๆ มันคือแมสเสจที่เค้าตั้งใจจะสื่อสารกับเราว่า เฮ้ย ดูสิ พลังของภาษามันยิ่งใหญ่มากนะ แล้วมันก็จริงตามนั้น
 
        การมาร่วมเวทีประกาศรางวัลแถมมีชื่อเข้าชิงหลายรายการมันก็แปลว่าเค้าต้องเตรียม speech ไว้อยู่แล้ว จะเตรียมไว้เป็นภาษาอังกฤษก็ยังได้ แต่ประเด็นคือเค้าเลือกที่จะไม่พูดเป็นภาษาอังกฤษบนเวที แต่พูดภาษาบ้านเกิดแทนแล้วปล่อยให้ล่ามแปลไป เจตนาแสดงให้เห็นว่าภาษาบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษ โอเค้?
 
        เพื่อนหมีบอกว่าผลงานของเค้ามันมาไกลและสร้างชื่อมากเกินกว่าจะต้องมานั่งแคร์แล้วว่าใครจะเหยียดเค้า...ซึ่งหมีก็ เออ จริงว่ะ!
 
 
        มาพูดถึงโมเม้นต์ชวนประทับใจเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างคนทำหนังด้วยกันบ้างดีกว่า
 
        ช่วง speech ของบงจุนโฮยังได้พูดถึงผู้กำกับชื่อดังอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น มาร์ติน สกอร์เซซี, เควนติน ทาแรนติโน, ทอดด์ ฟิลลิปส์ และ แซม เมนเดส
 
        เฮียแกบอกว่า ช่วงยังอายุน้อยและเรียนรู้งานเกี่ยวกับภาพยนตร์นั้นมีประโยคหนึ่งที่เขาจำขึ้นใจนั่นก็คือ ‘สิ่งที่เป็นตัวเองมากที่สุด คือที่สุดของความคิดสร้างสรรค์’ ซึ่งเป็นคำพูดของ มาร์ติน สกอร์เซซี
 
        เขาบอกว่าเขาได้เรียนรู้ในโรงเรียนจากผลงานภาพยนตร์ของมาร์ติน ดังนั้นการได้เข้าชิงรางวัลเดียวกันก็ถือว่าเป็นเกียรติมากพอแล้วสำหรับตัวเขา ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะในรางวัลนี้ด้วยซ้ำ
 
        นอกจากนี้บงจุนโฮยังพูดถึงเควนตินว่า ในขณะที่หลายๆ คนในอเมริกาไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์ของเขา แต่เควนตินมักจะเลือกภาพยนตร์ของเขาอยู่ในลิสต์เสมอ รวมถึงคำขอบคุณที่อยากมอบให้ ทอดด์ และ แซม ผู้กำกับยอดเยี่ยมที่เขาชื่นชม ซึ่งถ้าทางผู้จัดงานอนุญาตเขาก็อยากจะเอาเลื่อยมาหั่นแบ่งรางวัลนี้ออกเป็น 5 ส่วนเพื่อแบ่งให้กับทุกคน
 
        ...โอ้โห เท่ไปดิ
 
 
        ออสการ์ปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปีที่ "สุดมาก" พูดได้ว่าการได้รางวัลของ Parasite บนเวทีออสการ์ แถมเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดคาดแบบนี้ มันคือการหัวเราะใส่ White supremacist แบบที่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเอเชียนถึงเชียร์และตื่นเต้นกับการได้รับรางวัลของ Parasite กันมาก
 
        ที่สำคัญคือการได้รับชัยชนะในครั้งนี้ของหนังต่างประเทศทำให้หลายคนตระหนักได้ว่า กระแสหนังต่างประเทศบนเวทีใหญ่ระดับโลกนั้นไม่ควรจบลงที่ Parasite แต่ควรผลักดันให้หลายคนก้าวข้าม "อุปสรรคหนึ่งนิ้วของซับไตเติล" เพื่อค้นพบความดีงามและความแปลกใหม่ของหนังภาษาต่างประเทศเรื่องอื่นๆ ได้มากกว่าเดิมต่างหาก
 
 
 
 
 
 


ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

“THE ISSARA Sathorn“ คอนโดโลกสองใบ วิวเมืองก็ได้ ธรรมชาติก็ดี

เมื่อไม่กี่วันก่อนผมได้แอบไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างของโครงการ “THE ISSARA Sathorn“ คอนโดใหม่ล่าสุดจากค่าย "ชาญอิสสระ"

"SUPALAI CITY RESORT Charan 91" แฮปปี้ได้ทุกวัน กับจรัญฯ ที่คุ้นเคย

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ชาวติดดอยไปส่องโครงการ "SUPALAI CITY RESORT Charan 91" โครงการแรกของปีจากรุ่นเก๋า "ศุภาลัย" กัน

Ashton Asoke คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางอโศก ติดรถไฟฟ้า 2 สายแค่ไม่กี่ก้าว เริ่ม 7.49 ลบ.

ย้อนเวลากลับไป เมื่อช่วงปี 2014 มีข่าวแว่วมาว่า กำลังจะมีโครงการสุดหรู มาจุติตรงแถว MRT สถานีสุขุมวิท , BTS สถานีอโศก แบบชนิดเนื้อแนบเนื้อ กลิ้งไม่กี่ก้าวก็ถึงรถไฟฟ้า


ติดดอยโร้ดทู

ไปเดินชมทำเลกันให้เหงื่อซึมที่ “ริธึ่ม เจริญกรุง พาวิลเลียน”

เจริญกรุงนี่ก็ถือว่าเป็นถนนเก่า ถนนแก่ เส้นหนึ่งในกรุงเทพเลยนะ รู้อะไรมั้ยว่าแหล่งช้อปปิ้งย่านแรก ๆ ของบางกอกก็คือย่านเจริญกรุง บางรัก แถว ๆ นี่แหละฮะ

"THE EXTRO Phayathai-Rangnam" น้องใหม่ค่ายสิงห์ คอนโดสุดไฮฯ ในทำเลสุดไพร์ม

ถ้าพูดถึงย่านอนุสาวรีชัยสมรภูมิ แลนด์มาร์คจุดสำคัญของคนกรุงเทพแล้วล่ะก็ สำหรับผมก็ต้องยกให้กับซอยรางน้ำที่ไม่เคยหลับไหล

จะลาดพร้าวก็ได้ จะหมอชิตก็ดี กับ “The Privacy จตุจักร”

ได้ยินเสียงกระซิบมาว่า The Privacy จตุจักร เริ่มลงเสาเข็มแล้วนะ ไอ้เราก็เอียงคอนึกสงสัย จะว่าไปโครงการนี้มันเปิดตัวมาหลายปีแล้ว แต่ก็เพิ่งจะเห็นเรื่องความคืบหน้าแบบจริงๆ จังๆ


ติดดอยสไตล์

มีอะไรในหนังสือ "Billion Dollar Whale"

ช่วงนี้เซ็งๆ ไม่รู้จะหาอะไรอ่านดี กองดองที่มีก็ทลายไปหมด ย้ายไปสิง Netflix ก็แล้ว แต่เรื่องที่ตามก็ดันลงไม่ครบ นั่งๆ นอนๆ รอไปอย่างค้างคา

ชวนดู The Flu หนังเกาหลีที่จะทำให้ตระหนักถึงคำว่า “โรคระบาด” มากขึ้น

ช่วงนี้คงไม่มีประเด็นไหนจะฮอตเท่ากับเรื่องของ “โควิด-19” ที่เป็นผลพวงมาจากเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่เล่นเอาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขาดตลาดกันเลยทีเดียว

สรุป 6 ข้อสำคัญ ทำความเข้าใจธุรกิจ “เซ็นทรัล รีเทล” ง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น

มีกระแสกันมานานแล้วเรื่องที่อาณาจักรเซ็นทรัลเค้าพลิกโฉมเป็น "เซ็นทรัล รีเทล" แถมไม่นานมานี้ก็ทำการเคาะราคาเปิดขายหุ้น IPO ออกมาแล้วที่ 40-43 บาทต่อหุ้น

วาเลนไทน์นี้ไม่มีเหงา ชวนดูหนังรักจาก Netflix แบบอยู่คอนโดก็ฟินได้

เข้าสู่เดือนกุมภาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกถึงเทศกาลที่หัวใจเป็นสีชมพู ใช่แล้ว หมีกำลังจะพูดถึงเทศกาล “วันวาเลนไทน์” เทศกาลแห่งความรักในๆ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุก ๆ ปีนั่นเอง

ชัยชนะของ Parasite: เมื่อเวทีใหญ่ไร้พรมแดนเรื่องภาษา ซับไตเติลก็สูงขึ้นมาแค่ “หนึ่งนิ้ว”

"เมื่อคุณมองข้ามกำแพงสูง 1 นิ้วที่ชื่อว่า 'ซับไตเติล' คุณจะได้ค้นพบกับหนังดีๆ อีกมากมาย"

เจาะสไตล์การเลือกคอนโดฯ ของ Gen Y และ Freelance เมื่อ Work-Life Balance งานสำคัญแต่ฉันก็อยากใช้ชีวิต!

ยุคนี้มันยุคของ Gen Y และฟรีแลนซ์แท้ๆ มองไปทางไหนก็มีแต่คนที่หิ้วโน้ตบุ๊คทำงานที่ร้านกาแฟหรือไม่ก็ปิดห้องพิมพ์งานของตัวเองกันเงียบๆ เต็มไปหมด แล้วไลฟ์สไตล์การเลือกคอนโดฯ ของพวกเค้าเหล่านี้เป็นยังไงกันนะ


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com