ที่ดินแบบไหน... ขายได้ไว ถูกใจนักพัฒนา!!!

ที่ดินแบบไหน... ขายได้ไว ถูกใจนักพัฒนา!!!

Home   /   สาระบนดอย

โซน : 30 May 2020   17:30


        มาตามสัญญากันแล้วสำหรับบทความเกี่ยวกับที่ดินหลังจากที่เคยเกริ่นไปใน ติดดอยรวมมาให้... 24 เว็บไซต์ "เสนอขายที่ดิน" ให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (คลิก) ว่าจะมีภาคต่อตามมา
 
        วันนี้ผมจะมาคลายข้อสงสัยว่าที่ดินแบบไหนกันนะที่บรรดานักพัฒนาทั้งหลายเค้าต้องการ? เพื่อน ๆ จะได้ลองนำไปสำรวจที่ดินที่ถืออยู่ในมือกันดูว่าจะตรงตามที่เค้าอยากได้หรือเปล่า
 
        ข้อดีก็คือถ้ายิ่งที่ดินของพวกเราตรงสเปกของผู้พัฒนามากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะขายได้ไว และเรียกราคาได้สูงก็เยอะขึ้นตามไปด้วย
 
        แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ดินอยู่ดี เพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละที่ในมุมมองของแต่ละคนก็อาจจะเล็งเห็นการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
 
        อย่างในวงการอสังหาที่ผมคุ้นเคยก็ยังมีโครงการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะคอนโดไฮไรส์ คอนโดโลว์ไรส์ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม หมู่บ้านจัดสรร หรือโครงการมิกซ์ยูส
 
        ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบก็ล้วนต้องการที่ดินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป นี่ยังไม่รวมถึงสไตล์และแนวคิดของโครงการที่ล้วนมีความต้องการที่ดินแตกต่างกันไปอีกเช่นกัน
 
        เอาเป็นว่าเค้าจะนำที่ดินของเราไปพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบไหน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักพัฒนาดีกว่าเนอะ ขอแค่ที่ดินของเราขายได้ไว ขายได้ราคา ไม่ถูกนายหน้าหลอกลวงว่าที่ดินเราไม่ดีแค่นั้นเป็นพอ 555

 
        อย่างแรกเลยที่จะเป็นข้อกำหนดว่าที่ดินนั้นเหมาะที่พัฒนาเป็นอะไรนั้นก็คือ "ขนาดที่ดิน" เพราะแม้ที่จะสวยแค่ไหน แต่ถ้าขนาดไม่เหมาะสมกับโครงการที่คิดไว้ก็ต้องมีหนักใจอยู่เหมือนกัน
 
        ผมขอประมาณขนาดที่ดินคร่าว ๆ ที่เหมาะสมกับโครงการแต่ละประเภทจากประสบการณ์ที่ผมได้เคยไปสำรวจมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูประมาณนี้
 
        1. โครงการคอนโดมิเนียม
 
        ควรมีพื้นที่ตั้งแต่ 1.5 - 5 ไร่ขึ้นไป เพราะตัวโครงการคอนโดที่สร้างออกมาจะได้มีจำนวนห้องที่เหมาะสม (แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะถ้าที่แพงแล้วมีจำนวนห้องน้อยก็ขายแพงได้)
 
        และที่ดินที่ถือเป็นทำเลของของโครงการรูปแบบนี้ก็คือบริเวณที่ใกล้รถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT เพราะจะได้เดินทางสะดวก
 
        รวมไปถึงส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าที่มีแผนพัฒนาอยู่ด้วย ยิ่งถ้าอยู่ใกล้กับคอมมูนิตี้มอลล์ หรือห้างสรรพสินค้านี่ยิ่งเป็นที่จับตามากเป็นพิเศษเลยครับ
 
        จุดขายที่จะทำให้เราสามารถเรียกความสนใจจากผู้ซื้อก็คือ "การสัญจรเข้าสู่ที่ดิน" เพราะจะช่วยให้สร้างสุดขายเรื่องการเดินทางของโครงการที่พัฒนาได้
 
        อย่างโครงการคอนโดมิเนียมโลวไรส์ (สูงไม่เกิน 23 เมตรหรือประมาณ 8 ชั้น) ที่ดินควรจะติดกับทางสาธารณะ เขตทางกว้าง 6-8 เมตร
 
        ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ (ตึกสูง) ที่ดินควรจะมีความกว้างหน้าที่ดิน 12 เมตรขึ้นไป และติดกับทางสาธารณะเช่นกัน แต่เขตทางไม่ต่ำกว่า 10 เมตร
 
        จุดแข็งอีกอย่างคือยิ่งใกล้รถไฟฟ้าเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าไม่เกิน 500 เมตรจะยิ่งเรียกราคาได้มาก เพราะเหมาะสมกับการขึ้นตึกสูงเป็นที่สุด

 
        2. โครงการมิกซ์ยูส
 
        ควรมีพื้นที่ตั้งแต่ 5 - 15 ไร่ และควรอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT รวมไปถึงส่วนต่อขยายในอนาคตเช่นกัน
 
        ส่วนปัจจัยภายนอกอย่างคอมมูนิตี้มอลล์ หรือห้างสรรพสินค้านี่ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าจับตา เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานเยอะย่อมก่อให้เกิดคนมาใช้พื้นที่โครงการมิกซ์ยูสเยอะขึ้นไปด้วย
 
        ข้อแม้ที่แตกต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมก็คือที่ดินที่จะมาพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสจะต้องตั้งอยู่ใกล้กับถนนสาธารณะ
 
        และควรจะมีความกว้างหน้าที่ดินอย่างน้อย 30 เมตรหากอยู่ภายในวงแหวนรอบนอก หรืออย่างน้อย 100 เมตรจากจุดศูนย์กลาง
 
        เพราะอย่าลืมกันว่าโครงการที่ขนาดใหญ่นั้นก็ยิ่งต้องมีการสัญจรภายในโครงการเยอะขึ้นไปด้วย นี่ยังไม่รวมถึงกฎหมายอาคารที่จะเป็นการควบคุมขนาดของอาคารอีกด้วยนะ
 
        ฉะนั้นแล้วถ้าที่ดินไหนมีขนาดเหมาะสมและสัมพันธ์กับหลักของกฎหมายอาคาร ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการของนักพัฒนามากขึ้นเท่านั้น

 
        3. โครงการหมู่บ้านจัดสรร
 
        ควรมีพื้นที่ตั้งแต่ 10 - 30 ไร่ และควรอยู่ใกล้กับถนนสายหลักที่สามารถเดินทางเข้าสู่ที่ดินได้โดยง่าย เพราะช่วยสร้างจุดขายให้กับตัวโครงการเช่นกัน
 
        คงไม่มีใครอยากกลับบ้านแล้วต้องร้องเพลง... กลับดึก อยู่ก็ลึกในซอยเปลี่ยว โดดเดี่ยว ดึกอย่างนี้ไม่มีผู้คน เดินเข้าไป หัวใจจะหล่น ถ้าคอยกังวลอยู่อย่างนี้ ทุกทีคงแย่~~~ ใช่มั้ยล่ะ 555
 
        จุดเด่นของที่ดินโครงการบ้านจัดสรรก็คือไม่จำเป็นต้องติดกับการคมนาคมสาธารณะ แต่ถ้ามีก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่านะ
 
        ซึ่งข้อแม้ที่บรรดานักพัฒนารายใหญ่ต้องการก็คือทำเลที่เป็นเมืองหลวงหรือเมืองเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
 
        และที่สำคัญต้องติดกับถนนสาธาณะที่มีหน้ากว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร สำหรับทำเลทั่วไป และอย่างน้อย 10 เมตร ภายในถนนวงแหวนรอบนอกนี่กำลังเหมาะ
 
        จุดขายที่จะทำให้ที่ดินของเราเป็นที่จับตาของนักพัฒนาอีกอย่างก็คือควรจะอยู่ในพื้นที่ชุมชน หรือใกล้แหล่งชุมชนในระยะที่สามารถเดินทางได้สะดวก

 
        และนอกเหนือจากเรื่องของขนาดที่ดินแล้ว "ทำเล" ก็ยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะช่วยเรียกความสนใจการนักพัฒนาได้เป็นอย่างดี
 
        เพราะปฎิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ผู้อยู่อาศัยมักจะเลือกพื้นที่ที่ตัวเองมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน ภูมิลำเนาเดิม หรืออื่น ๆ อีกมากมาย
 
        รวมไปถึงคนที่เน้นการลงทุนอสังหาเพื่อปล่อยเช่าก็เช่นกัน การเลือกพื้นที่ที่จะลงทุนก็มักจะเน้นไปย่านที่ตนเองพอรู้จักสภาพแวดล้อมนั้นอยู่บ้าง
 
        ดังนั้นที่ดินที่มักจะถูกใจกลุ่มนักพัฒนาเป็นอย่างมากก็คือ บริเวณที่มีการเจริญเติบโตของเมืองอย่างหนาแน่น มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่เยอะ
 
        ทั้งนี้ก็เพราะเวลาเค้าสร้างโครงการต่าง ๆ ออกมาเสร็จก็จะมีคนแย่งกันมาซื้อ แย่งกันมาอยู่มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ทำให้ปิดโครงการได้ไวไม่ต้องจัดโปรเรียกลูกค้ามาก
 
        และถ้าจะให้ผมลองจับทำเลทองที่เป็นที่ต้องการของตลาดอสังหากรุงเทพ ในมุมมองของผมแล้วผมว่าที่ดินโซนรอบนอกของเมืองถือเป็นกลุ่มที่น่าจับตา
 
        ไม่ว่าจะเป็นโซน พัฒนาการ, ศรีนครินทร์, ลาดพร้าว, บางกะปิ, รามคำแหง, พระราม 4, มีนบุรี และ รามอินทรา เพราะถือเป็นย่านที่กำลังเติบโตใหม่
 
        และที่สำคัญโครงการรถไฟฟ้ายังสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งนักพัฒนาต่างต้องรีบจับจองที่ดินกันไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขึ้นราคาของเราผู้ขายนั่นเอง
 
        อีกอย่างถ้าตัวโครงการมีการสร้างทันทีหลังซื้อ ตามกำหนดส่วนใหญ่ก็จะใกล้เคียงกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าพอดี
 
        ซึ่งถ้านักพัฒนาเจ้าไหนบุกเบิกตลาดได้ก่อน ก็จะเป็นที่จับตาเวลาขึ้นโครงการต่อ ๆ ไปในย่านนั้นมากขึ้น

 
        และอีกหนึ่งย่านที่น่าจับตาไม่แพ้กันก็ต้องยกให้กับ เจริญกรุง-เจริญนคร เพราะส่วนตัวแล้วผมว่าย่านนี้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาก
 
        ยิ่งถ้าที่ดินที่ติดหรือเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยายิ่งเป็นที่หมายปองของนักพัฒนาอย่างที่สุด เพราะนับวันวิวสวย ๆ ก็จะน้องลงไปตามโครงการใหม่ ๆ ที่ขึ้นมาบดบังนั่นเอง
 
        นี่ไม่รวมถึงที่ดินในโซนใจกลางเมืองหรือย่านเศรษฐกิจนะ เพราะที่ดินแถวนั้นถือเป็นทำเลทองที่เรียกราคาได้มหาโหดกันอยู่แล้ว 55555
 
        และนี่ก็คือที่ดินในมุมมองของผมที่คาดว่าน่าจะเป็นที่ต้องการของนักพัฒนาเค้านะ เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าที่ดินบนโลกนี้มันมีอยู่อย่างจำกัด
 
        นับวันที่ดินทำเลทอง ที่ดินแปลงสวย ๆ ก็น้อยลงไปทุกที เพราะงั้นถ้ายิ่งเก็บไว้นานเท่าไหร่มันก็จะยิ่งสร้างมูลค่าในตัวมันมากขึ้นไปตามกาลเวลา
 
        เว้นเสียแต่ว่าน้ำจะท่วมโลก หรือโลกแตกซะก่อนนะ ฮ่า ๆๆๆ
 
        เอาเป็นว่าถ้าใครที่คิดว่าไม่อยากจะถือที่ดินไว้เป็นสินทรัพย์ติดตัว ถือคติที่ว่า "CASH IS KING" มีเงินสดไว้อุ่นใจกว่า ก็ลองไปเจรจาเสนอขายที่ดินกันดูครับ
 
        และถ้าไม่รู้จะไปขายที่ไหนดี นี่เลย... ติดดอยรวมมาให้... 24 เว็บไซต์ "เสนอขายที่ดิน" ให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (คลิก) ตามไปหว่านขายกันให้จุใจได้เลย
 
        ถ้าขายได้แล้วเป็นเศรษฐีใหญ่ก็อย่าลืม เพจคอนโดติดดอย ที่น่ารักเพจนี้ด้วยล่ะ ส่วนครั้งหน้าผมจะมีสาระอะไรเกี่ยวกับที่ดินมาเล่าให้ฟังอีกก็รอติดตามกันได้เล๊ยยยยยย

 
 
 
 
 

Tag :



ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

พาไปยลโฉม "MAZARINE Ratchayothin" คอนโดใหม่ติดรถไฟฟ้า สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว

ยังจำความรู้สึกเมื่อปีที่แล้วได้ดี ช่วงที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเปิดส่วนต่อขยายไปถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนนั้นเดินสำรวจเล่นทางตามแนวรถไฟฟ้าเลยนะ ว่าแต่ละสถานีที่เปิดใหม่มีโครงการไหนจ่อมาครองพื้นที่บ้าง หนึ่งในนั้นที่เจอก็ "แมสซารีน รัชโยธิน" จากแกรนด์ ยูนิตี้ นี่แหละ โครงการนี้จำได้แม่นพอควร เพราะอยู่ตรงข้ามเมเจอร์ รัชโยธินเลย

"SUPALAI LOFT สาทร-ราชพฤกษ์" สวย ดิบ เท่ เข้าสาทรไม่นาน เริ่มที่ 1.69ล. เอง

น่าจะนับได้ว่า "SUPALAI LOFT สาทร-ราชพฤกษ์" เป็นหมากตาแรกของ "ยี่ห้อใหญ่" ที่ส่งลงมาเขย่าตลาดในช่วงหลังโรค covid-19 เลยนะ ในขณะที่ ยี่ห้อเล็ก ยี่ห้อใหญ่ เจ้าอื่น กำลังลดถล่มทลาย ล้างคลังกันอย่างสนุกสนาน


ติดดอยโร้ดทู

ส่องคอนโดเสร็จใหม่แกะกล่องจากพี่อัศวินที่ "The Origin Phahol-Saphanmai"

เผลอแป๊บเดียว รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทก็เปิดมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุแล้ว ประกอบกับเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวสองคอนโดใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ของพี่อัศวินเค้ามา พิกัดทำเลก็อยู่ในช่วงสถานีเปิดใหม่ซะด้วย

"KnightsBridge Prime Ratchayothin" ถิ่นนี้พี่อัศวินขอปักธง

วันนี้ฤกษ์งามยามดี ผมตัดสินใจเคลื่อนทัพเข้าไปชมโครงการใหม่หมาดๆ ของพี่ "อัศวิน" อย่าง "KnightsBridge Prime Ratchayothin" ทันที

ติดดอยส่องทำเล : สถานีกรุงธนฯ และ สายสีทอง

หลังจากห่างหายจากการเดินชิลเที่ยวห้างไปนานเพราะโควิด เหมือนกับอัดอั้นตันใจมานานครับ ช่วงนี้เลยออกจากบ้านมากระตุ้นเศรษฐกิจซะถี่เชียว อิอิ


ติดดอยสไตล์

ติดดอยชวนกิน "ฌานา" อิ่มท้องอิ่มใจ ได้ช่วยเกษตรกรไทยด้วย!!!

วันก่อนมีโอกาสไปเดินเล่นที่ CTW พลางนึกในใจว่า... ต้องแต่ห้างกลับมาเปิด ยังไม่ได้กินชาบูเลยนี่หว่า

ซ้อมใช้ชีวิตบนดาวอังคาร ด้วย "เมืองในโดม" คอนเซ็ปต์การอยู่อาศัยแบบใหม่ใน UAE

ถ้ามนุษย์ไปสร้างบ้านสร้างเมืองที่ดาวอังคาร หน้าตาของมันจะเป็นแบบไหนกันนะ

พารู้จัก "Google Nest Mini" ลำโพงอัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนบ้านเหงา ๆ ให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัว

ผมเชื่อว่าตอนที่เพื่อน ๆ ทุกคนดู Iron Man หลายคนต้องแอบคิดอยากจะมีเลขาคู่ใจอย่าง Jarvis มาไว้ที่บ้านเหมือนผมกันใช่มั้ยล่ะ

“โกปี๊ฮับ” ร้านติ่มซำไม่ลับใกล้มอบูฯ และ บางแสน

ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ กับ สัปดาห์หน้า น่าจะเป็นช่วงที่หลายคน หลายครอบครัว มีทริปไปเที่ยวกัน ผมเลยอยากเสนอหน้ามาแนะนำร้านอาหารเสียหน่อย อิอิ สำหรับคนที่มีแพลนไป บางแสน พัทยา ชลุบรี ระยอง

ขั้นกว่าของวงการเดลิเวอรี่: "Supper" แอปพลิเคชันส่งอาหารแบบพรีเมี่ยมของคนมีเงินในลอนดอน

ทำความรู้จัก "Supper" แอปพลิเคชันส่งอาหารแบบพรีเมี่ยมของคนมีเงินในลอนดอน

ติดดอยสรุปให้ "ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง 2563" ลดหนัก 90% ต้องเสียเท่าไหร่ มาดูกัน!!!

"ภาษี" หนึ่งคำสั้น ๆ ที่มีดาเมจรุนแรงกับชีวิตของพวกเรา แต่ดูเหมือนปีนี้จะเป็นเรื่องดีที่ทางรัฐมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยลดหย่อยและแบ่งเบาภาษีที่เราต้องจ่ายหลากหลายทาง


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com