เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานแถลงเปิดตัวโครงการแนวราบโครงการใหม่แถวๆ รามอินทรา
โครงการนี้มีชื่อว่า "CURATOR Ramintra 117" (คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117) ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการบูทีคทาวน์โฮมครับ มีโอกาสได้ชมบ้านตัวอย่างด้วย (บ้านสวยมาก)
โครงการ คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117 นอกจากจะเป็นแบรนด์บ้านแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก "ดิ เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้" แล้วที่นี่ยังเป็นโครงการแนวราบ โครงการแรกของบริษัทด้วยนะ
หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์ในวงการอสังหาทั้งคอนโด และ โรงแรมมานานถึง 15 ปี ปีนี้ก็ถึงเวลาจะคลอดแนวราบมาลุยตลาดเป็นครั้งแรก
ไหนๆ ก็มีโอกาสได้มาฟังงานแถลงข่าว แนวคิด และได้ชมบ้านตัวอย่างแล้ว วันนี้เลยขอยกมาเล่าให้ชาวคอนโดติดดอยได้อ่านกันบ้างแล้วกัน เผื่อช่วงนี้วางแพลนอยากมีบ้าน จะได้จดเข้าเช็คลิสต์หนึ่งในตัวเลือกกันเนอะ
โครงการนี้อยู่ในย่านรามอินทรา ตามที่ผมบอกไว้ข้างต้นเลยครับ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 117 หรือ ซอยเจริญพัฒนา ซอยนี้เป็นซอยหลักสามารถทะลุออก ถนนหทัยราษฎร์ และ ถนนพระยาสุเรนทร์ ได้
แถมในอนาคตนี่จะสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีบางชันและสถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ) รวมถึงรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีส้ม สถานีมีนบุรี ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ สถานศึกษา อาทิ โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และโรงเรียนเอกบูรพาวิเทศศึกษา
นอกจากนี้ยังใกล้โรงพยาบาลชั้นนำอีกด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลนพรัตน์, โรงพยาบาลสินแพทย์, โรงพยาบาลสินแพทย์, โรงพยาบาลเสรีรักษ์, โรงพยาบาลนวมินทร์ 1 แถมโครงการนี้ยังใกล้ทางพิเศษฉลองรัช แล้วก็ มอเตอร์เวย์ (กาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกตะวันออก) สะดวกสบายสำหรับคนใช้รถใช้ถนนมากๆ ครับ
ภายในซอยรามอินทรา 117 มีความเป็นชุมชนสูงมาก ร้านสะดวกซื้อเอย ตลาดเอย มีเหมือนกันครับ รอบๆ โครงการ จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในโลเคชันที่ความอุดมสมบูรณ์ในแง่ของปัจจัยที่อยู่อาศัยสูง ไม่ว่าจะเป็น Fashion Island, The Promenade, Makro, Lotus’s, Big C, MaxValu และ ตลาดใหม่พระยาสุเรนทร์
โครงการ คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117 เป็นโครงการทาวน์โฮมครับ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นแนวราบโครงการแรกของ "ดิ เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้" โครงการนี้ต้องไม่ใช่แค่ทาวน์โฮมธรรมดาสิครับ เพราะมันคือ บูทีคทาวน์โฮมนั่นเอง
ผมชอบแนวคิดเค้ามากเลย เค้าบอกประมาณว่า ทุกคนน่ะชอบอะไรไม่เหมือนกันหรอก โครงการนี้เลยทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการออกแบบ ใส่ความเป็นตัวเอง ได้เลือกพื้นที่แบบที่ชอบได้ด้วย Co-Created Space
โครงการนี้เค้ามีแบบบ้านทั้งหมด 3 แบบ 3 สไตล์ และ 3 ขนาด ประกอบด้วย
1. MOMA (โมม่า) พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร มาพร้อมกับ เพดานสูง Double Volume สูงถึง 6.90 เมตร ขยายพื้นที่ความสุขที่เลือกได้เอง ด้วยแนวคิด Co-created space แบบแปลนที่ปรับเปลี่ยนได้ตามวิถีชีวิตเมืองยุคใหม่ พร้อมพื้นที่หลังบ้านลึก 4 เมตร ขนาดกว้างขวาง รองรับทุกจินตนาการและไลฟ์สไตล์ แบบบ้าน MOMA จะมีในโครงการทั้งหมด 50 ยูนิต ราคาพิเศษ เฉพาะช่วง Pre-Sale เท่านั้น 3.79 ล้านบาท
2. MORI (โมริ) พื้นที่ใช้สอย 113 ตร.ม. ครบครัน 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ เติมเต็มทุกความชอบ ครบทุกฟังก์ชัน ลงตัวสำหรับทั้งครอบครัว แบบบ้าน MORI จะมีในโครงการทั้งหมด 73 ยูนิต ราคาพิเศษ เฉพาะช่วง Pre-Sale เท่านั้น 2.79 ล้านบาท
3. MOCA (โมค่า) พื้นที่ใช้สอย 101 ตร.ม. หน้ากว้าง 5.70 เมตร ดีไซน์ใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวหน้าบ้าน สัดส่วนอยู่สบาย ฟังก์ชันใหญ่กับ 2 Master Bedroom พร้อมรับแสงธรรมชาติ กับหน้าต่างบานใหญ่ และ 1 ห้องอเนกประสงค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับห้องน้ำรูปแบบ Hybrid แบบบ้าน MOCA จะมีในโครงการทั้งหมด 28 ยูนิต ราคาพิเศษ เฉพาะช่วง Pre-Sale เท่านั้น 2.69 ล้านบาท
ส่วนบ้านตัวอย่างที่ผมจะพาทุกคนไปดูกันในวันนี้คือแบบบ้าน MOMA (โมม่า) ซึ่งเป็นบ้านแบบที่ใหญ่ที่สุดในโครงการนั้นเองครับ
บ้านไทป์ MOMA นอกจากจะใหญ่ (และแพง) กว่าบ้านไทป์อื่นแล้ว บ้านไทป์นี้ยังอยู่ใน Zone หน้าโครงการเลย โดยถนนโครงการจะกว้าง 12 เมตร แถมไทป์นี้หน้าบ้านจะไม่ชนใคร
บ้านไทป์นี้จะมาพร้อมหน้ากว้าง 5 เมตร ลึกเข้าด้านใน สามารถจอดรถได้ 2 คัน เปิดประตูบ้านเข้าไปทางซ้ายมือสะดุดตามากๆ กับมุมเล็กๆ ตรงนี้เค้าดรอปพื้นลงไปเล็กน้อย ผมชอบมากๆ เพราะหากครอบครัวไหนมีลูกเล็กๆ สามารถทำราวกั้น หรือที่เราชอบเรียกกันว่าคอกเด็กมาล้อมแล้วปูฟูกสามารถทำเป็นมุมของหนูน้อยได้เลยนะ แต่อันนี้บางคนเค้าก็ไม่ชอบกัน ให้เหตุผลว่า เพราะมันเปิดประตูมาแล้วเจอเลย ถ้าไม่สังเกต เดินไม่ระวังก็อาจจะล้มได้
โครงการทำบ้านออกมาให้เน้นรับแสงธรรมชาติ ด้วยการทำหลังคา Skylight ทำให้บ้านมี Mood and Tone ที่ดูอบอุ่น กว้างขวาง ไม่ได้ดูแออัดแม้จะเป็นทาวน์โฮม
ส่วนซ้ายมือจากประตูบ้านจะเป็นบันไดสำหรับขึ้นไปบริเวณชั้นสอง แต่หากเดินตรงไปทางโครงการเค้าจัดแต่งให้เป็นมุม Living Area พื้นที่แห่งการรวมตัวของคนในครอบครัว ตรงไปอีกนิดจะเป็นโต๊ะทานข้าว ที่มีครัวเล็กๆ เชื่อมต่อกับโซนซักล้าง
เค้าทำมุมครัวไม่ใหญ่ จัดอยู่ในประเภทกะทัดรัด เหมือนอยู่คอนโดเลย ซึ่งอันนี้เค้าให้เหตุผลว่า เพราะคนรุ่นใหม่ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป อาจจะไม่ค่อยทำอาหารบ่อยนัก จึงเน้นเอาพื้นที่ไปทำอย่างอื่นมากกว่า
ผมชอบพื้นที่หลังบ้านของบ้านตัวอย่างมาก เพราะเค้าทำให้เป็น Mini Garden หรือ Mini Kitchen ผมว่าเหมาะกับการเอาเพื่อนมาตี้หมูกระทะ ปิ้งบาร์บีคิว เคล้าน้ำเก๊กฮวยมีฟองจริงๆ น่าจะเป็นหนึ่งในมุมโปรดของใครหลายคนแหละ บริเวณชั้นล่างจะมีห้องน้ำหนึ่งห้อง และห้องเก็บของใต้เล็กๆ ใต้บันไดด้วย
เดินขึ้นสู่ตัวบ้านชั้นสอง บอกเลยว่าผมชอบบันไดมาก เพราะไปหลายๆ โครงการบ้านสวยแต่บันไดชันมาก อันนี้ก็ไม่ไหวนะ โครงการนี้เค้าทำบันไดออกมากว้างพอดี เดินได้ไม่ต้องกลัวอันตราย ชอบการเลือกใช้สีนะ เหมือนเค้าจะเน้นสีไม้ๆ ขาวๆ บวกกับสีเขียว ผมว่ามันดูละมุนไปหมดเลย บวกกับช่องแสง ทำให้บ้านดูสว่างมากขึ้นไปอีก
ข้างบนนี้จะมีห้องน้ำติดกับทางขึ้นลงบันไดเลย เลี้ยวไปอีกหน่อยจะเจอกับห้องนอนเล็ก บ้านตัวอย่างเค้าทำออกมาเป็นห้องเด็ก ตกแต่งน่ารักมาก มีการทำบิ้วอินพวกช่องเก็บของด้วย หน้าต่างบานใหญ่สะใจ เปิดม่านปุ๊บ ห้องสว่างไสว เลยทีเดียว เชื่อแล้วว่าโครงการเน้นรับแสงธรรมชาติจริงๆ
เดินออกมาจะเจอกับห้องอเนกประสงค์ โครงการจัดให้เป็นห้องสำหรับทำงาน ตอบโจทย์ชีวิตของคนยุคนี้ที่เน้นทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home กันมากขึ้น ห้องอเนกประสงค์เป็นกระจกนะ ไม่ได้ทำเป็นผนังทึบ ซึ่งจะติดกับ Skylight ทำให้แสงเข้าถึงเหมาะกับการนั่งทำงานมาก แต่อาจจะเปลืองแอร์ในวันที่แดดจ้า คิดว่าคงร้อนไม่เบา
จากห้องทำงาน จะมีทางเดินเล็กๆ เดินเข้าสู่ห้อง Master Bedroom ห้องนอนใหญ่จะพิเศษหน่อยเพราะติดระเบียง แถมมีห้องน้ำในตัวด้วยแถมยังมี Walk In Closet เล็กๆ ระหว่างห้องน้ำและห้องแต่งตัวด้วย แถมห้องนอนยังมีกระจกขนาบทั้งสองด้าน เปิดม่านรับแสงสว่างได้เหมือนกันทั้งจาก Skylight และ ระเบียงนั่นเอง
เดินดูทั่วบ้านแล้ว ขอสรุปเลยแล้วกัน "CURATOR Ramintra 117" ในฐานะทาวน์โฮมผมชอบนะ มันดูแตกต่างกับทาวน์โฮมทั่วๆ ไป ด้วยการตกแต่งและการออกแบบ ผมชอบตรงที่มันมีหลังคาอย่าง Skylight มากๆ ทำให้บ้านได้อารมณ์ที่ต่างไปเลยนะ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะการออกแบบให้บ้านรับแสงธรรมชาติ ก็มีข้อเสียแหละแน่ๆ อย่าลืมว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อนเนอะ ผมว่าค่าไฟน่าจะเปลืองพอสมควรเลยแหละ 555 โครงการเค้ามาพร้อมแนวคิด Co-created space แบบแปลนที่ปรับเปลี่ยนได้ น่าจะปรึกษาโครงการได้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรตรงไหน
ใครสนใจสามารถขับรถเข้าไปชมโครงการกันก่อนได้นะครับ เค้าเปิดบ้านตัวอย่างให้ชมกันแล้ว เดี๋ยวผมจะทิ้งเส้นทางเอาไว้ให้ครับ อ้อลืมบอกไปว่าเดี๋ยวเค้าจะมีการ Pre-Sale ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2565 ที่จะถึงนี้แล้วนะ ภายในงานจะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมายอีกด้วย!! ใครสนใจไปเจอกันได้ฮะ ย้ำอีกที 7-8 พฤษภาคม 2565 นี้ คนมีบ้านอย่าพลาดนะ
Google Maps : คลิก
ลงทะเบียน : คลิก
"LIFE สาทร - นราธิวาส 22"...นี่น่าจะเป็น คอนโด LIFE ที่มีคนสนใจมากที่สุดในปี 2025
"KAVALON" พัฒนาโดย "เจ้าพ่อแคมปัสคอนโด" แห่งยุคอย่าง AssetWise ซึ่งนี่ก็เป็นโครงการที่ 6 แล้ว ในโซน ม.กรุงเทพ รังสิต
สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งตารอเวลาไปงานแถลงข่าวต้นปีของ AssetWise ก็คือ "ชื่อ" ของโครงการใหม่ๆในปีนั้นนั่นละครับ ยอมรับเลยว่า เป็น Dev ที่ตั้งชื่อโครงการได้แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ไพเราะเสนาะหู ช่างสรรหาจริงๆ 555
นาทีนี้จะมีทำเลไหนร้อนแรงเท่า 'พระราม 4' ตั้งแต่การมาของอภิมหาโปรเจกต์ใหญ่อย่าง One Bangkok ก็ดูเหมือนว่า ย่านที่ปังอยู่แล้วตรงนี้ จะยิ่งทวีคูณความปังสุดเข้าไปอีกระดับ
AP ที่เตรียมตัวปักหมุดใกล้ BTS ไปหมาดๆ แต่ต้องบอกว่าปีนี้ AP มาเพื่อบุกย่านอุดมสุข ของแทร่!!
โรงแรมใหม่มาเติมเมืองอีกแล้ว ยังไม่แน่ใจว่าจะลงเป็นเชนอะไร แต่ตัวนี้ตั้งติด MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมเลยครับ
แผ่นดินไหวที่ผ่านมา.. บ้านหรือคอนโดเพื่อน ๆ ได้รับผลกระทบมากน้อยกันแค่ไหน?
'บิวกิ้นแม่งเล่นโคตรตลก' นี่คือคำพูดที่ผมพูดกับเพื่อนหลังดูภาพยนตร์เรื่อง 'ซองแดงแต่งผี' จบ
เปิดภาพแรกสนามบินภูฏานโฉมใหม่ สนามบินแห่งชาติที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของภูฏานตลอดไป
ยกให้เป็นร้านผลไม้เคลือบน้ำตาลที่ผมชอบที่สุด อร่อยที่สุด และหากินยากที่สุดด้วย!!!
เปิด “สโคป ทองหล่อ” อัลตร้าลักซ์ชูรี All-Penthouse แห่งแรกในไทย สร้างเสร็จสมบูรณ์บนทำเลทองย่านสุขุมวิท-ทองหล่อ
การที่ "Reference Ekkamai" (เรฟเฟอเรนซ์ เอกมัย) ของ "SC Asset" มาปักธงอยู่ตรงนี้ บริเวณปากซ.เอกมัย 1 จึงจัดเป็น 1 ในโครงการที่น่าสนใจที่สุดอย่างแน่นอน นี่คือทำเลแบบ One-Stop Location for Living ก็ว่าได้